|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
ปัจจัยหลักประการหนึ่งของสังคมไทยในการที่จะก้าวเข้าสู่ระบบเศรฐกิจแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ได้แก่การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT: Information and Communication Technology) อันจะเป็นเครื่องมือ (Tool) ในการลดช่องว่างของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานความรู้ ดังที่หลายๆ ประเทศต่างล้วนให้ความสำคัญถึง การลดช่องว่างเพื่อสร้างศักยภาพของมนุษย์ (Bridging the Gap to Human Capacity Building)
ทั้งสิ้น
โลกเราในอนาคตนั้นความรู้ทุกอย่างจะผสานเข้ากับความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ และการสื่อสาร Computer & Communication) เป็นส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน การสื่อสารและรับส่งข่าวสารตั้งแต่อดีตต่างมีวิวัฒนาการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จนมีการนำคอมพิวเตอร์ทั้งโลกมาเชื่อมต่อผ่านวงจนสื่อสารติดต่อกันได้ตลอดเวลา จนกลายเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีผู้ใช้กว่า 600 ล้านคนทั่วโลก และเพิ่มขึ้นทุกๆ นาที อินเทอร์เน็ตทำให้วิถีชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนไปมาก วิธีการสื่อสาร (Communication) วิธีการบริโภคข้อมูลและเรียนรู้ก็เปลี่ยนไป ในโลกของการแข่งขันทางธุรกิจในอนาคต การมีข้อมูลหรือสารสนเทศ ผนวกเข้ากับการสื่อสารความเร็วสูง ถือว่าเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดในอันจะทำให้เกิด ระบบเศรษฐกิจของความเร็ว (Economy of Speed) มากกว่าระบบเศรษฐกิจของขนาด (Economy of Scale) ในแบบเดิมๆ
อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบเครือข่ายและการสื่อสารเติบโตขึ้นทุกเวลา สิ่งที่ควรคำนึงถึงต่อไปคือความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและระบบซึ่งเป็นสมบัติที่มีค่ายิ่งในยุคสารสนเทศนี้ ภายหลังจากวินาศภัยการถล่มตัวของ
ตึกเวิร์ลเทรดที่มหานครนิวยอร์คในเหตุการณ์วันที่ 11 กันยายน 2544 ที่ผ่านมา ได้มีผลการวิจัยของหลายสำนักพบว่ามีความต้องการด้านระบบความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งข้อมูลสารสนเทศก็นับว่าเป็นทรัพย์สินมีค่าขององค์กรทุกแห่ง ซึ่งไม่ควรจะถูกมองข้ามไปได้ ยิ่งอนาคตของเครือข่ายการสื่อสารข้อมูลเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ความปลอดภัยของระบบและข้อมูลนั้นๆ ก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัวด้วยเช่นกัน
ในประเทศไทยแล้ว นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความปลอดภัยของระบบและสารสนเทศแล้ว ยังพบว่ามีประเด็นด้านปัญหาบุคลากรไอที ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ มีความขาดแคลนอย่างกว้างขวางทั้งในภาครัฐและเอกเชน และบุคลากรที่มีอยู่ยังขาดคุณภาพ และส่งผลทำให้องค์การมีผลิตภาพต่ำ และพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศ ไม่สามารถก้าวทันกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐิกจและพลวัตรของกระแสโลกาภิวัตรได้
จากประเด็นดังกล่าว ศูนย์ฝึกอบรมระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายและความปลอดภัยข้อมูล ACIS Professional Center จึงได้จัดตั้งขึ้นด้วยเล็งเห็นโอกาสและช่องทางที่จะขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาทักษะบุคลากรไอซีทีของประเทศโดยมุ่งเน้นทางด้านเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายและความปลอดภัยของข้อมูล เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย
ปริมาณศูนย์อบรมคอมพิวเตอร์และไอทีในระดับสูง ยังไม่เพียงพอกับความต้องการสำหรับบุคลากรในสายอาชีพต่างๆโดยเฉพาะศูนย์ฯที่สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยยังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น ACIS Professional Training Center จึงได้จัดตั้งด้วยความมุ่งหวังของทีมงานที่คร่ำหวอดให้อุตสากรรมไอที และ
การพัฒนาบุคลากรด้านไอทีมาช้านาน และด้วยความเชื่อที่ว่า "เหนือเทคโนโลยียังมีคน และคนที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะจัดการกับเทคโนโลยีได้"
|
 |
|
|