ท่ามกลางกระแสข่าววิกฤตข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลในประเทศไทยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจรู้สึกวิตกกังวลทุกครั้งที่เห็นหัวข้อข่าวว่าข้อมูลของตนเองอาจกำลังล่องลอยอยู่บนโลกมืด แต่ในความเป็นจริงเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความจริงที่ต้องยอมรับคือ ข้อมูลของคนไทย ทั้งภาครัฐและเอกชน รั่วไหลสะสมมาเป็นเวลา 4-5 ปีแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิดเป็นต้นมา
การมานั่งตื่นตระหนกหรือกังวลกับข้อมูลเก่าที่หลุดออกไปแล้วจึงอาจไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์สูงสุดในเวลานี้ สิ่งสำคัญและน่ากลัวกว่าอย่างแท้จริงคือปรากฏการณ์ทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า "Data Combination" หรือการประกอบตัวของข้อมูล ซึ่งหากเราไม่หาทางปิดช่องโหว่เพื่อป้องกันข้อมูลชุดใหม่รั่วไหลเพิ่ม แฮกเกอร์ก็อาจต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลจนสามารถคุมข้อมูลส่วนบุคคลของเราได้อย่างสมบูรณ์
บทความนี้จะพาทุกคน โดยเฉพาะผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้านไอที มาร่วมทำความเข้าใจกลไกของ "Data Combination" สยบความตื่นตระหนกเรื่องข้อมูลเก่า และเจาะลึกแนวทางป้องกันการรั่วไหลเพิ่มแบบมีประสิทธิภาพสูงสุด
1. เจาะลึก 'Data Combination' มหันตภัยจากการประกอบจิ๊กซอว์ข้อมูล
คำถามสำคัญที่ประชาชนมักถามคือ "เราควรต้องกังวลแค่ไหนเมื่อรู้ว่าข้อมูลตัวเองหลุดไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตแล้ว?"
ในมุมมองทางไซเบอร์ข้อมูลเก่าที่รั่วไหลไปแล้วเป็นสิ่งที่แก้ไขย้อนกลับมาแก้ไขไม่ได้ การกังวลจึงไม่ช่วยลดความเสี่ยง สิ่งที่ทำได้คือป้องกันไม่ให้ข้อมูลใหม่รั่วเพิ่ม ดังนั้น ความกังวลกับข้อมูลประวัติศาสตร์ที่แก้ไขอะไรไม่ได้จึงไม่ใช่เรื่องหลัก แต่สิ่งที่ต้องจับตามองและระวังอย่างยิ่งยวดคือ "ข้อมูลที่จะรั่วไหลเพิ่มเติม"
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองจินตนาการว่าข้อมูลส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบของเรามีองค์ประกอบทั้งหมดเสมือนจิ๊กซอว์ 10 ชิ้น:
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ข้อมูลเราอาจจะหลุดลอยออกไปแล้วประมาณ 7 ชิ้น (เช่น ชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ เลขประจำตัวประชาชน) ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังแยกส่วนและไม่สามารถนำไปทำอันตรายร้ายแรงได้โดยง่าย
แต่หากในวันนี้หรือวันข้างหน้า เกิดการรั่วไหลครั้งใหม่ และข้อมูลอีก 3 ชิ้นที่เหลือ (เช่น…
