การปฏิรูปการบริการของภาครัฐในปัจจุบันได้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ThaiD เป๋าตัง หรือแอปพลิเคชันทางรัฐ กลายเป็นสิ่งที่เราคุ้นชินเป็นอย่างดี แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญแห่งความสะดวกสบายนี้ นโยบายการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานกลับกำลังสร้างความท้าทายครั้งใหญ่ในมิติความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จนกลายเป็นช่องทางที่นำไปสู่วิกฤตข้อมูลรั่วไหลของคนไทยที่เรื้อรังมานานหลายปี
เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกเบื้องหลังของระบบการเชื่อมต่อข้อมูลภาครัฐ ทำความเข้าใจช่องโหว่ทางเทคนิคจากนโยบายรวมศูนย์ข้อมูล และร่วมหาคำตอบว่าทำไม "การซิงค์ข้อมูลหลังบ้าน" จึงสามารถเปลี่ยนความสะดวกสบายให้กลายเป็นความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
การเปลี่ยนผ่านสู่ Open Government: แหล่งรวมศูนย์ข้อมูลที่เปลี่ยนไปจากอดีต
เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วง 10 ปีที่แล้ว โครงสร้างการจัดการข้อมูลของภาครัฐมีความแตกต่างจากปัจจุบันเป็นอย่างมาก ในอดีตแต่ละหน่วยงานจะทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลของตนเองโดยไม่มีการเชื่อมโยงถึงกัน เช่น กรมสรรพากร กรมการปกครอง หรือกรมที่ดิน ต่างแยกเก็บและไม่เปิดเผยข้อมูลให้แก่กันเลย ส่งผลให้ในอดีตโอกาสที่จะเกิดภัยคุกคามหรือการโจรกรรมข้อมูลในวงกว้างเป็นไปได้ยากขึ้นเนื่องจากข้อมูลถูกเก็บแยกส่วนกันอย่างชัดเจน
ทว่าในปัจจุบัน บริการภาครัฐได้เปลี่ยนไปเป็น "หนังคนละม้วน" ภายใต้แนวโน้มโลก (Global Trend) ที่มุ่งสู่การเป็น Open Data และ Open Government รัฐบาลจึงมีนโยบายเชิงรุกในการซิงค์ข้อมูล แชร์ข้อมูล และเชื่อมโยงข้อมูลหลังบ้านเข้าหากัน ส่งผลให้เกิดแอปพลิเคชันและแพลตฟอร์มศูนย์กลางที่ทำให้ผู้ใช้งานและเจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลข้ามหน่วยงานได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ดิน ทะเบียนราษฎร์ ข้อมูลเครดิตบูโร หรือข้อมูลยานพาหนะ ซึ่งทั้งหมดสามารถดึงและแสดงผลเชื่อมกันได้ในจุดเดียว
การเชื่อมโยงและเปิดระบบให้ซิงค์ข้อมูลข้ามกันเช่นนี้ แม้จะเอื้อต่อความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้ใช้บริการ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการเพิ่มช่องทางและโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้ามาดึงข้อมูลส่วนบุคคลออกไปได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เครือข่าย "ใยแมงมุม" และ API ช่องโหว่หลังบ้านที่ไร้การตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ…
