Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

คู่มือการบริหารจัดการข้อมูล AI (Data Management) อย่างมีธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 22989

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลเปรียบเสมือนเชื้อเพลิงสำคัญที่กำหนดทิศทางและประสิทธิภาพของระบบ อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายองค์กรต้องเผชิญคือ ความไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจัดการข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาลอย่างไรให้ปลอดภัย โปร่งใส และน่าเชื่อถือ การจัดการข้อมูลสำหรับ AI นั้นมีความซับซ้อนและแตกต่างจากการจัดการข้อมูลในซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากพฤติกรรมของโมเดล AI ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ใช้ฝึกฝนเป็นหลัก มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 จึงได้กำหนดกรอบกระบวนการบริหารจัดการข้อมูล AI (Data Management) ไว้อย่างครบถ้วนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ เพื่อให้องค์กรทุกระดับสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้อย่างปลอดภัยและมีธรรมาภิบาล ทำไมการจัดการข้อมูล AI ถึงเป็นหัวใจสำคัญของความน่าเชื่อถือ? ภายใต้ข้อกำหนดของ ISO/IEC 22989 ระบบ AI แตกต่างจากซอฟต์แวร์ทั่วไปตรงที่ ซอฟต์แวร์ทั่วไปทำงานตามคำสั่งโค้ดตรรกะที่นักพัฒนาเขียนขึ้นอย่างชัดแจ้ง แต่ระบบ AI (โดยเฉพาะรูปแบบ Machine Learning) จะสร้างแบบจำลองจากข้อมูลฝึกฝนเพื่อใช้ในการพยากรณ์ แนะนำ หรือตัดสินใจ ดังนั้น คุณภาพและวิธีการจัดการข้อมูลในทุกระยะของวงจรชีวิตระบบ AI จึงส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของระบบ หากองค์กรขาดกระบวนการจัดการข้อมูลที่ดี ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง เช่น การเกิดอคติไม่พึงประสงค์ (Unwanted Bias) ที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรม (Unfairness)…

Read More

โมเดล AI ประสิทธิภาพตกต่ำได้อย่างไร? เจาะลึกภัยเงียบจาก Data Drift และ Concept Drift ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 22989

ในการทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) สิ่งที่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสายเทคโนโลยีมักพบเจอหลังจากส่งมอบระบบเข้าสู่ช่วงการใช้งานจริง (Production) คือ ประสิทธิภาพการคาดการณ์หรือความแม่นยำของโมเดลที่เคยทำงานได้ดีกลับค่อย ๆ ลดลงตามกาลเวลา ความตระหนักรู้ที่สำคัญคือ ระบบ AI แตกต่างจากซอฟต์แวร์ทั่วไปที่ทำงานในลักษณะที่ถูกเขียนคำสั่งขึ้นมาเพื่อให้มีพฤติกรรมตายตัวและแม่นยำตามข้อกำหนด ระบบ AI อาศัยข้อมูลและการฝึกฝนเพื่อสร้างตรรกะ ดังนั้น พฤติกรรมของมันจึงมีความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวงจรชีวิตของระบบ มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ได้ชี้ให้เห็นถึงสองปรากฏการณ์สำคัญที่เป็นสาเหตุหลักทำให้ประสิทธิภาพของโมเดล AI ถดถอยลง นั่นคือ Data Drift และ Concept Drift ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องเข้าใจเพื่อวางแผนรับมืออย่างถูกต้องเชิงวิศวกรรม เจาะลึก Data Drift เมื่อลักษณะทางสถิติของข้อมูลจริงเปลี่ยนไป ตามนิยามและข้อกำหนดในมาตรฐาน ISO/IEC 22989 ปรากฏการณ์ Data Drift คือ สภาวะที่ความแม่นยำในการพยากรณ์ของโมเดลเสื่อมถอยลงเมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของลักษณะทางสถิติ (Statistical Characteristics) ของข้อมูลจริงในระบบปฏิบัติการ (Production Data) สภาวะนี้เกิดขึ้นแม้ว่าตัวแบบจำลอง (Model) จะไม่ได้มีการแก้ไขโค้ดหรือตรรกะใด ๆ เลย แต่ข้อมูลอินพุตที่ไหลเข้าสู่ระบบในปัจจุบันมีความแตกต่างเชิงสถิติไปจากข้อมูลเดิมที่เคยใช้ฝึกฝนโมเดล (Training Data) มาตรฐานได้ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ทำให้เกิด Data Drift ไว้อย่างชัดเจน เช่น:…

Read More

สรุปสองขั้วเทคโนโลยี AI: Symbolic AI (ระบบสัญลักษณ์) VS Subsymbolic AI (ระบบเชื่อมโยง) ทำงานต่างกันอย่างไรตามมาตรฐานสากล

ในระหว่างที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในการขับเคลื่อนกระบวนการทางธุรกิจและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า AI ในฐานะระบบที่เรียนรู้จากข้อมูลมหาศาลด้วยโครงข่ายประสาทเทียมเพียงอย่างเดียว ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ตั้งแต่รากฐานการก่อตั้ง AI ในฐานะสาขาวิชาการ มีแนวคิดหลักสองสายที่พัฒนาแข่งขันกันมาโดยตลอด นั่นคือ Symbolic AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงสัญลักษณ์) และ Subsymbolic AI (ปัญญาประดิษฐ์เชิงเชื่อมโยง) มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ซึ่งเป็นกรอบการกำหนดแนวคิดและคำศัพท์ปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก ได้ให้คำนิยามและการเปรียบเทียบคุณลักษณะทางเทคนิคของเทคโนโลยีทั้งสองขั้วนี้ไว้อย่างชัดเจน การทำความเข้าใจความแตกต่างของสองแนวคิดนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT/Cybersecurity เลือกใช้โซลูชันที่เหมาะสมกับความต้องการได้เท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินความปลอดภัย ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของระบบปัญญาประดิษฐ์ในองค์กรอีกด้วย Symbolic AI (ระบบสัญลักษณ์) ตรรกะ เหตุผล และโครงสร้างสัญลักษณ์ที่โปร่งใส Symbolic AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์เชิงสัญลักษณ์ เป็นแนวคิดดั้งเดิมที่มุ่งเน้นการเข้ารหัสความรู้ (Knowledge Encoding) ด้วยสัญลักษณ์และโครงสร้างที่ชัดเจน โดยกระบวนการคิดหรือให้เหตุผลของระบบจะใช้วิธีการทางตรรกศาสตร์ (Logics) เพื่อจำลองกระบวนการตัดสินใจของมนุษย์ นิยามและพฤติกรรมเชิงระบบตามมาตรฐาน ISO/IEC 22989 การเข้ารหัสข้อมูลที่ชัดแจ้ง (Explicit Encoding): ข้อมูลความรู้ในระบบ Symbolic AI จะถูกเขียนและจัดเก็บอย่างชัดแจ้งในรูปแบบที่เป็นทางการ (Formal Representation) ซึ่งมีโครงสร้างไวยากรณ์ (Syntax)…

Read More

ความเสี่ยงจากการลืมความรู้เดิมแบบฉับพลัน หรือ “Catastrophic Forgetting” ข้อจำกัดสำคัญของ Neural Network

ในปัจจุบัน หลายองค์กรหันมาพัฒนาและประยุกต์ใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะระบบที่ใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Network) เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับการพยากรณ์หรือตัดสินใจในกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้บริหารเทคโนโลยีและผู้ปฏิบัติงานด้านไอทีและระบบความปลอดภัยต้องตระหนักร่วมกันคือ ระบบปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ไม่ได้มีความฉลาดที่สมบูรณ์แบบไร้ข้อจำกัด เช่นเดียวกับมนุษย์เราที่มีขีดจำกัดในการเรียนรู้ โครงข่ายประสาทเทียมเองก็มีจุดอ่อนเชิงวิศวกรรมทางโครงสร้างที่สำคัญยิ่งเรื่องหนึ่ง ซึ่งมาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ได้หยิบยกมาอธิบายไว้เป็นกรณีเฉพาะ นั่นคือ ปรากฏการณ์ "Catastrophic Forgetting" หรือการลืมความรู้เดิมแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อจำกัดพื้นฐานที่ขัดขวางการอัปเกรดระบบอัจฉริยะในสายการปฏิบัติงานจริง ปรากฏการณ์ "Catastrophic Forgetting" คืออะไรในทางวิศวกรรม AI? เพื่อให้เข้าใจข้อจำกัดนี้อย่างถูกต้อง ต้องย้อนกลับมาทำความเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) เสียก่อน ในทางวิศวกรรม อัลกอริทึมการเรียนรู้ของเครื่องจำนวนมากจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต่อเมื่อได้รับการนำเสนอข้อมูลทั้งหมดพร้อม ๆ กันในคราวเดียว (Presented all at once) ในระหว่างการพัฒนาหรือทดสอบระบบ เมื่อระบบ AI หรือโมเดลได้รับการป้อนข้อมูลเพื่อทำงานใดงานหนึ่งเป็นเป้าหมาย พารามิเตอร์ภายในโมเดล (Model Parameters) ซึ่งรวมถึงค่าน้ำหนักการเชื่อมโยง (Weights) ระหว่างแต่ละชั้นเลเยอร์ของ Neural Network จะถูกปรับปรุงและคำนวณผ่านเทคนิคทางคณิตศาสตร์และสถิติต่าง ๆ เพื่อให้ได้โมเดลที่มีพฤติกรรมสะท้อนตามชุดข้อมูลนั้น ๆ แต่เมื่อองค์กรเริ่มมีความจำเป็นต้องป้อนข้อมูลชุดใหม่ (New training…

Read More

นิยาม “ความน่าเชื่อถือ” (Trustworthiness) ของ AI ตามมาตรฐาน ISO คืออะไร? และทำไมทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ

ในปัจจุบันที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งยวดในภาคธุรกิจและการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้วยขีดความสามารถในการคำนวณที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนที่ต่ำลง และการมีข้อมูลมหาศาลจากหลากหลายแหล่งให้เรียนรู้ ทว่าความท้าทายที่แท้จริงของการนำ AI มาใช้งานในองค์กร ไม่ใช่เรื่องของความอัจฉริยะในการประมวลผลเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ "ความไว้วางใจ" ว่าระบบเหล่านั้นจะทำงานได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และไม่สร้างความเสียหายต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คำถามสำคัญคือ เราจะวัดความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนนี้ได้อย่างไร? มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ได้เข้ามาร่างกรอบคำศัพท์และวางรากฐานแนวคิดสากล โดยเฉพาะการนิยามคุณลักษณะของ "ความน่าเชื่อถือ" (Trustworthiness) ของระบบ AI ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้องค์กรทุกประเภท ทั้งภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐบาล และองค์กรไม่แสวงหากำไร ได้ใช้เป็นเข็มทิศในการควบคุม ตรวจสอบ และบริหารความเสี่ยงจากการใช้งาน AI นิยาม "ความน่าเชื่อถือ" (Trustworthiness) ตามมาตรฐาน ISO/IEC 22989 คืออะไร? ตามมาตรฐาน ISO/IEC 22989 ได้ให้คำจำกัดความของความน่าเชื่อถือไว้อย่างเรียบง่ายแต่ทรงพลังว่า: "ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) คือ ความสามารถในการตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ในรูปแบบที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ (Verifiable way)" คำสำคัญของนิยามนี้อยู่ที่คำว่า "ในรูปแบบที่ตรวจสอบและพิสูจน์ได้" นั่นหมายความว่า ความน่าเชื่อถือของ AI ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึกหรือการกล่าวอ้างลอยๆ แต่จะต้องมีหลักฐานเชิงประจักษ์…

Read More

เจาะลึกแนวคิด “Avoid Anthropomorphism”: ทำไมมาตรฐานสากลเตือนให้เราหยุดคิดว่า AI มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ตาม ISO/IEC 22989

ในบทสนทนาประจำวันเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เรามักคุ้นเคยกับการใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ของมนุษย์ เช่น AI กำลัง "เรียนรู้" (Learning) AI กำลัง "เข้าใจ" (Understanding) หรือ AI สามารถ "ตัดสินใจ" (Decisions) ได้ การเปรียบเทียบเช่นนี้เป็นบ่อเกิดสำคัญของปรากฏการณ์ "Anthropomorphism" หรือการมองว่าสิ่งไม่มีชีวิตอย่างเทคโนโลยีมีจิตสำนึก ความรู้สึก และความตระหนักรู้อย่างมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ซึ่งเป็นมาตรฐานรากฐานด้านแนวคิดและคำศัพท์ปัญญาประดิษฐ์ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำความเข้าใจคำจำกัดความทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง และการยอมรับข้อจำกัดที่แท้จริงของระบบ AI เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดดังกล่าว สำหรับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานด้าน IT และผู้ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) การแยกแยะความแตกต่างระหว่าง "การจำลองการทำงานขั้นต้น" กับ "ความตระหนักรู้จริง" ถือเป็นปัจจัยวิกฤตในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและกำหนดระดับการกำกับดูแลระบบ AI ได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง แนวคิด "Avoid Anthropomorphism" ตามมาตรฐาน ISO/IEC 22989 คืออะไร? ภายใต้หมวดแนวคิดหลักของปัญญาประดิษฐ์ มาตรฐาน ISO/IEC 22989 ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับการเลือกใช้ถ้อยคำไว้อย่างชัดแจ้ง แม้ว่ามาตรฐานสากลฉบับนี้จะใช้คำศัพท์อย่าง "ความฉลาด" (Intelligence), "ความเข้าใจ" (Understanding),…

Read More

ระบบซอฟต์แวร์ทั่วไป VS ระบบ AI (Machine Learning): ความแตกต่างทางเทคโนโลยีตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 22989

ในยุคที่องค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกหันมาใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและช่วยสนับสนุนการทำงาน แต่สิ่งที่เป็นความท้าทายสำคัญร่วมกันสำหรับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน IT และผู้ดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) คือการทำความเข้าใจความแตกต่างขั้นพื้นฐานระหว่างระบบซอฟต์แวร์แบบดั้งเดิมกับระบบ AI หลายองค์กรยังคงคาดหวังว่าการบริหารจัดการ ควบคุม และการทวนสอบ AI จะดำเนินไปในลักษณะและใช้แนวทางแบบเดียวกับซอฟต์แวร์ไอทีทั่วไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระบบทั้งสองมีโครงสร้างหลักและพฤติกรรมทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงตามกรอบที่มาตรฐานสากล ISO/IEC 22989:2022 ได้ระบุไว้ บทความนี้จะเจาะลึกความแตกต่างที่สำคัญในมิติต่าง ๆ เพื่อให้องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ตรรกะการทำงาน: เขียนคำสั่งแบบเฉพาะเจาะจง (Hardcoded) VS การเรียนรู้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) ความแตกต่างในแง่วิธีการสร้างตรรกะและแนวคิดทางคอมพิวเตอร์เป็นจุดแบ่งแยกที่สำคัญที่สุดระหว่างสองระบบ: ระบบซอฟต์แวร์ทั่วไป (Traditional Software Systems / Conventional Programming): พัฒนาขึ้นโดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญหรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในการกำหนดตรรกะเพื่อแก้ปัญหาอย่างชัดแจ้ง โดยระบุขั้นตอนการประมวลผลและการคำนวณที่แม่นยำ (Exact computational steps) ลงไปในซอฟต์แวร์ด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ระบบประเภทนี้จึงถูกออกแบบให้ทำงานอย่างแม่นยำตามข้อกำหนดและรายละเอียดเชิงคุณสมบัติ (Requirements and specifications) ที่วางไว้ก่อนหน้า ระบบ AI ที่อิงการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning-based AI Systems): ตรรกะการทำงานทั้งหมดไม่ได้ถูกระบุหรือเขียนโปรแกรมกำหนดไว้ล่วงหน้าแบบครอบคลุม (not…

Read More

ทำความรู้จัก ISO/IEC 22989: มาตรฐานสากลแรกที่จัดระเบียบและวางรากฐาน “คำศัพท์ AI” ให้โลกเข้าใจตรงกัน

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เติบโตก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว จากความสามารถในการคำนวณที่สูงขึ้น ต้นทุนที่ต่ำลง และการมีข้อมูลมหาศาลจากหลายแหล่งให้เรียนรู้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า "AI" ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทุกองค์กรพยายามนำมาประยุกต์ใช้ ทว่า เนื่องจาก AI เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานหลากหลายสาขาวิชา ทั้งวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาการข้อมูล (Data Science) คณิตศาสตร์ ไปจนถึงมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การสื่อสารและการตีความเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้จึงมักเกิดความสับสนและคลาดเคลื่อน คำศัพท์เดียวกันอาจมีความหมายต่างกันในแต่ละบริบท ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการทำงานและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ คณะกรรมการวิชาการร่วม ISO/IEC JTC 1/SC 42 จึงได้จัดทำมาตรฐาน ISO/IEC 22989:2022 ขึ้น เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการจัดระเบียบและวางรากฐานแนวคิดด้านปัญญาประดิษฐ์ให้โลกเข้าใจตรงกัน ISO/IEC 22989 คืออะไร และทำไมทุกองค์กรจึงต้องหันมามอง? ISO/IEC 22989 คือ มาตรฐานสากลฉบับแรกที่จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดคำศัพท์เฉพาะและอธิบายแนวคิดพื้นฐานในสาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาตรฐานนี้ไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่เพียงแค่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจเชิงพาณิชย์ หน่วยงานรัฐบาล หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร ประโยชน์หลักของการมีมาตรฐานนี้คือ การสนับสนุนการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังเป็นกรอบอ้างอิงสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสากลด้าน AI อื่น ๆ…

Read More

จาก AI Experiment สู่ Responsible Innovation: ACIS กับการนำ AI มาใช้อย่างมี Governance

Innovation ที่ดีต้องเริ่มจากปัญหาจริง: จากภัยหลอกลวงออนไลน์สู่ Scam Check โดยทีม Innovation ของ ACIS นวัตกรรมไม่ได้จำเป็นต้องเริ่มต้นจากเทคโนโลยีที่ซับซ้อนที่สุด หลายครั้ง Innovation ที่มีคุณค่ามากที่สุดเกิดจากคำถามง่าย ๆ ว่า “วันนี้ผู้ใช้งานกำลังเจอปัญหาอะไร และเราสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยลดปัญหานั้นได้อย่างไร?” สำหรับ ACIS Professional Center แนวคิด Problem-Driven Innovation เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมด้าน Cybersecurity เพราะในโลกของ Cybersecurity ปัญหาและภัยคุกคามไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อพฤติกรรมของผู้ใช้งานเปลี่ยน ช่องทางการโจมตีก็เปลี่ยนตาม และเทคโนโลยีที่ใช้ป้องกันภัยก็ต้องสามารถพัฒนาได้ต่อเนื่องเช่นเดียวกัน เมื่อ Cyber Threat กลายเป็นปัญหาใกล้ตัว ภัยหลอกลวงออนไลน์และ Social Engineering เป็นตัวอย่างของภัย Cybersecurity ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับระบบ IT ขนาดใหญ่ แต่กระทบกับประชาชนทั่วไปโดยตรง ข้อความ SMS บัญชี Social Media เว็บไซต์ ลิงก์ หรือข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือ สามารถถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลโกงได้ ความท้าทายจึงไม่ใช่เพียงการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยหลังบ้าน…

Read More

จาก AI Experiment สู่ Responsible Innovation: ACIS กับการนำ AI มาใช้อย่างมี Governance

Artificial Intelligence โดยเฉพาะ Generative AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ AI ถูกใช้เป็นเพียงโครงการทดลอง วันนี้ AI เริ่มเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างเนื้อหา การบริการลูกค้า การพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจ คำถามขององค์กรจึงเปลี่ยนจาก “เราจะใช้ AI ได้อย่างไร?” มาเป็น “เราจะใช้ AI อย่างไรให้เกิดประโยชน์ และยังสามารถควบคุมความเสี่ยงได้?” นี่คือจุดที่ Innovation ต้องทำงานร่วมกับ Governance ความเร็วของ AI มาพร้อมกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ การเปิดให้บุคลากรทดลองใช้ Generative AI สามารถสร้าง Productivity ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าปราศจากการกำกับดูแล องค์กรอาจเผชิญกับปัญหา เช่น ข้อมูลสำคัญถูกนำเข้าสู่ระบบ AI โดยไม่ได้รับอนุญาต ผลลัพธ์จาก AI มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ไม่สามารถตรวจสอบว่าใครใช้ AI กับข้อมูลใด มีการใช้ AI โดยไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ค่าใช้จ่ายจากการใช้…

Read More

Innovation ต้องมี Governance: แนวทางของ ACIS ในการเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นคุณค่าทางธุรกิจอย่างรับผิดชอบ

ในวันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คำว่า “Innovation” ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ก่อนคนอื่น หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ทันกระแส แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ องค์กรสามารถกำกับดูแลนวัตกรรมนั้นให้สร้างคุณค่า มีความรับผิดชอบ และไม่สร้างความเสี่ยงเกินกว่าที่องค์กรยอมรับได้หรือไม่ สำหรับ ACIS Professional Center เรามองว่า Innovation และ Governance ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน เพราะนวัตกรรมที่ดีไม่ควรจบเพียงแค่คำว่า “ทำได้” แต่ควรตอบคำถามต่อไปให้ได้ด้วยว่า ทำไปเพื่ออะไร สร้างคุณค่าอะไรให้กับองค์กรหรือผู้ใช้งาน ใครเป็นผู้รับผิดชอบ มีความเสี่ยงอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง เราจะวัดผลและติดตามอย่างไร และเมื่อบริบทเปลี่ยนไป เราจะปรับปรุงนวัตกรรมนั้นอย่างไร แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของ ISO/IEC 38500:2024 ที่ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้องค์กรสามารถใช้ IT ได้อย่างมีประสิทธิผล มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับทิศทางขององค์กร จาก Technology Adoption สู่ Technology Governance ความท้าทายขององค์กรในปัจจุบันไม่ใช่การขาดเทคโนโลยี แต่คือมีเทคโนโลยีให้เลือกมากเกินไป Cloud, Artificial Intelligence, Generative AI, Automation, Data Analytics หรือ Digital…

Read More

ความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย เมื่อ “Digital Wallet” ไม่ใช่ “Digital Wallet

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง ชี้ 2 จุดพึงระวัง โครงการ Digital Wallet ที่ต้องตรวจสอบ คือ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน และการพัฒนาระบบ Payment Gateway โครงการ Digital Wallet ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ขับเคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะไปต่อหรือไม่อย่างไร? ซึ่งที่ผ่านมาโครงการนี้เป็นความคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการแจกเงินให้กับประชาชนคนละ 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet สำหรับโครงการ Digital Wallet หลายฝ่ายมีความกังวลในแง่มุมต่างๆ เช่น ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ได้ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบหลายรอบ หรือแม้แต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณที่จะกระทบต่อส่วนอื่นก็ตาม แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากคือ “เรื่องความมั่นคงปลอดภัยของระบบ” ประเด็นหลังสุดนี้ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ประธานกรรมการบริหารเอซิส และไซเบอร์ตรอน กล่าวถึงความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบภายใต้โครงการ Digital Wallet มี 2 ประเด็นหลัก (จาก 3 องค์ประกอบ คือ แอปทางรัฐ, Payment Gateway และ Digital…

Read More