Skip to content Skip to sidebar Skip to footer

CISM Certification Syllabus อัปเดต

เรียนอะไรบ้าง? เหมาะกับ Career Path แบบไหน? CISM (Certified Information Security Manager) Certification สำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะด้าน Information Security Management และเติบโตสู่บทบาทด้าน Cybersecurity Management CISM ครอบคลุม 4 Domains สำคัญ Information Security Governance วางทิศทาง Security ให้สอดคล้องกับธุรกิจ เรียนรู้เกี่ยวกับ Security Strategy Governance Framework Policies & Standards Roles & Responsibilities เหมาะกับสายงาน : Security Governance • GRC • Security Manager Information Security Risk Management บริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ เรียนรู้เกี่ยวกับ…

Read More

เลือกหลักสูตรไหนดีสำหรับสาย Cybersecurity Management?

จุดต่างสำคัญ CISM                                               CISSP 🔍 จุดต่างสำคัญCISMCISSP🎯 เน้นManagementTechnical + Management🧭 Focusบริหาร Information Securityครอบคลุม Cybersecurity รอบด้าน👔 เหมาะกับผู้จัดการ / ผู้บริหาร SecuritySecurity Professional📊 จุดเด่นGovernance, Risk, Program, IncidentSecurity Architecture, Engineering, Operations🚀 Career PathSecurity Manager / GRC / IT RiskSecurity Architect / Engineer / Security Leader ถ้าคุณต้องการ... 👔 บริหารและกำหนดทิศทาง Security 📊 จัดการความเสี่ยงและ Governance 🧩 บริหาร Security Program 🚨 วางแผนรับมือ Incident เลือก CISM…

Read More

เรียน CISM แล้วได้อะไร? เจาะลึกโอกาสเติบโตในสาย Information Security Management

ในโลกธุรกิจที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงผู้ที่สามารถติดตั้งระบบ Security หรือแก้ไขปัญหาทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องการบุคลากรที่สามารถ บริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ นี่คือเหตุผลที่ CISM (Certified Information Security Manager) กลายเป็นหนึ่งใน Certification ที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการเติบโตในสาย Information Security Management, Cybersecurity Governance และ IT Risk Management CISM เรียนอะไร? CISM มุ่งเน้นทักษะด้านการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยครอบคลุม 4 Domain สำคัญ ได้แก่ Information Security Governance เรียนรู้การกำหนดทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ด้าน Information Security ให้สอดคล้องกับเป้าหมายขององค์กร Information Security Risk Management ประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตัดสินใจและจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม Information Security Program เรียนรู้การวางแผน จัดทำ และบริหาร Information…

Read More

เจาะลึกภัยคุกคามไซเบอร์ปี 2026: ทำไม “ความยืดหยุ่น (Resilience)” ถึงสำคัญกว่า “การป้องกัน”

ในยุคปัจจุบัน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคอีกต่อไป แต่กลายเป็นวาระสำคัญระดับคณะกรรมการบริษัท (Board-level) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต่อเนื่องของธุรกิจและมูลค่าของผู้ถือหุ้น การพึ่งพาเพียง "การป้องกัน" อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ความยืดหยุ่นในการฟื้นตัวจากวิกฤต (Resilience) ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์สำคัญอันดับต้นๆ สำหรับซีอีโอและบอร์ดบริหาร 3 คลื่นภัยคุกคามที่กำลังเปลี่ยนนิยามความเสี่ยงทางไซเบอร์ 1. ภัยคุกคามผ่านช่องโหว่ส่วนขอบเครือข่าย (Perimeter Threats) การโจมตีผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับภายนอก (เช่น ไฟร์วอลล์, VPN, แพลตฟอร์มแชร์ไฟล์, SaaS) ได้แซงหน้าการขโมยข้อมูลประจำตัวจนกลายเป็นช่องทางเข้าถึงระบบเริ่มต้นอันดับ 1 ของแฮกเกอร์ ในปี 2025 กว่าหนึ่งในสามของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware) ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ VPN และไฟร์วอลล์ นอกจากนี้ การโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ระบบคลาวด์ยังพุ่งสูงขึ้นถึง 37% ซึ่งสอดคล้องกับการปรับใช้สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดขององค์กร 2. การโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-Driven Attacks) Generative AI กำลังถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing) และ Deepfake สูงถึง 82% ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรกว่า 62% การปรากฏตัวของชุดเครื่องมือโจมตีแบบบริการเบ็ดเสร็จ (AI-as-a-service…

Read More

AI Agents: ผู้ช่วยอัจฉริยะที่อาจกลายเป็นช่องโหว่ภัยคุกคามองค์กร หากขาด AI Governance

ในปัจจุบัน การใช้งาน AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini กลายเป็นเครื่องมือที่หลายคนคุ้นเคย แต่เทคโนโลยีที่กำลังก้าวเข้ามาและมีความอัจฉริยะกว่าเดิมมหาศาลคือสิ่งที่เรียกว่า "AI Agent" อ.ปริญญา หอมเอนก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้ออกมาเตือนถึงมุมลบและภัยแฝงของ AI Agent ที่อาจกลายเป็น "อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยไม่รู้ตัว" หากผู้ใช้งานและองค์กรขาดการควบคุมที่ถูกต้อง AI Agent คืออะไร? และทำไมจึงทรงพลังกว่า AI ทั่วไป AI Agent คือ AI ที่มีความสามารถในการประมวลผล วิเคราะห์ และตัดสินใจทำงานแทนมนุษย์ได้โดยอัตโนมัติแบบเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้นจนจบผ่านการรับคำสั่งเพียงครั้งเดียว หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ AI ปกติเปรียบเสมือนผู้ที่มีแค่ “หู ตา และปาก” ที่คอยรับข้อมูลและสื่อสาร แต่ AI Agent เปรียบเสมือนการมี "แขนและขา" เพิ่มเข้ามา ทำให้สามารถลงมือทำกิจกรรมต่างๆ แทนมนุษย์ได้จริง เช่น การจัดการไฟล์ในเครื่อง, การเขียนอีเมลนัดหมาย, รวบรวมและสรุปบิลค่าใช้จ่ายจากอีเมล, จองตั๋วเครื่องบิน หรือแม้แต่จัดทำสไลด์…

Read More

เตือนภัยเงียบจาก AI! ส่องวิธีใช้แอปพลิเคชัน AI อย่างไรให้ปลอดภัย ไม่ให้ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล

ในยุคที่เราใช้ AI ช่วยทำงานและตอบคำถามในชีวิตประจำวันแทบทุกเรื่อง หลายคนอาจหลงลืมไปว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว จากอดีตที่เรามักจะกลัวแฮกเกอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ในปัจจุบัน ภัยที่น่ากลัวที่สุดอาจมาจาก "ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน" ที่เราใช้งานอยู่ทุกวัน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกมุมมองและคำแนะนำจาก ดร.ปริญญา หอมเอนก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ACIS Professional Center และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กมช.) เกี่ยวกับวิธีเอาตัวรอดในยุค AI "ของฟรีไม่มีในโลก" เมื่อคุณคือสินค้าของ AI แอปพลิเคชัน AI ต่างๆ ใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาลหลักหมื่นถึงแสนล้านบาท ดังนั้นผู้ให้บริการเหล่านี้จึงไม่ใช่มูลนิธิที่จะมาให้บริการเราฟรีๆ กฎเหล็กที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ "If product is free, you are their product" (หากสินค้าคือของฟรี ตัวคุณนั่นแหละคือสินค้า) การที่ AI สามารถโต้ตอบและฉลาดขึ้นได้ เป็นเพราะมันเรียนรู้จากข้อมูลที่เราพิมพ์ป้อนเข้าไป หากเราใช้งานไปนานๆ AI จะสามารถจดจำโปรไฟล์ของเราได้หมด ไม่ว่าจะเป็นสีรถที่เราใช้ หรือความกังวลเรื่องสุขภาพ และมักจะนำเรื่องเหล่านี้กลับมาตอบเราเสมอ ความลับที่ถูกนำไปขายต่อให้กับบุคคลที่สาม หลายคนอาจคิดว่าการนั่งพิมพ์คุยกับ AI อยู่คนเดียวหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องส่วนตัว แต่แท้จริงแล้วมันเปรียบเสมือน…

Read More

ผ่าด่านความท้าทายกฎหมายไซเบอร์ไทย: ทำไมโจรยังอยู่ และทางออกสู่การรับมือเชิงรุก

แม้ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้กฎหมายหลายฉบับเพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์, พ.ร.บ. ไซเบอร์, พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) รวมถึงล่าสุดคือ พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม แต่สถานการณ์ความเสียหายกลับยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จากสถิติความเสียหายจนถึงช่วงกลางปี 2569 พบว่าคนไทยสูญเงินรวมกว่า 34,095 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 64 ล้านบาท บทความนี้สรุปมุมมองและบทวิเคราะห์เชิงลึกจาก ดร. ปริญญา หอมเอนก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับวารสารจุลนิติ ถึงรอยรั่วของการบังคับใช้กฎหมาย และแนวทางแก้ไขเพื่อยกระดับความมั่นคงทางดิจิทัลของไทย 1. กฎหมายใหม่ แต่ผลลัพธ์ยัง "ต่ำมาก" เจตนารมณ์ของกฎหมายใหม่ต้องการกระจายความรับผิดชอบ (Shared Responsibility) ให้ครอบคลุม 4 ฝ่าย ได้แก่ ผู้เสียหาย ธนาคาร ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (Operator) และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แต่ในทางปฏิบัติ เมื่อคดีถึงชั้นศาล ภาระมักตกอยู่ที่ผู้เสียหายและธนาคารฝ่ายละครึ่ง โดยยังไม่ปรากฏกรณีที่ผู้ให้บริการเครือข่ายหรือแพลตฟอร์มต้องมาร่วมชดใช้หรือถูกปรับอย่างจริงจัง ทำให้ ดร. ปริญญา ประเมินว่าผลสัมฤทธิ์ของการบังคับใช้…

Read More

The 25th Cyber Defense Initiative Conference 2026 (CDIC 2026)

Cyber Dominance in the Age of Agentic AI: Exploring AI Sovereignty, Implementing Governance Frameworks, and Preparing Organizations for Q-Day ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในยุค Agentic AI: กำหนดกรอบธรรมาภิบาล เตรียมองค์กรรับมือ Q-Day CDIC 2026 งานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ประจำปีระดับประเทศ กลับมาอีกครั้งในวาระครบรอบ 25 ปี ภายใต้ธีมหลัก “Cyber Dominance in the Age of Agentic AI: Exploring AI Sovereignty, Implementing AI Governance Frameworks, and Preparing Organizations for Q-Day” โลกกำลังก้าวเข้าสู่จุดบรรจบของสองเทคโนโลยีพลิกโฉม (Disruptive technologies)…

Read More

5 เทรนด์เทคโนโลยีความปลอดภัยไซเบอร์อุบัติใหม่ ที่จะพลิกโฉมโลกธุรกิจในปี 2026

โลกของความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยทางไอทีทุกระดับจำเป็นต้องพิจารณาและเตรียมรับมือกับ "แรงขับเคลื่อนที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง" (Disruptive forces) เพื่อกำหนดทิศทางแผนงานในอนาคต จากรายงานสรุปงานวิจัยด้านความปลอดภัยประจำปี 2026 เราได้รวบรวม 5 ตัวเปลี่ยนเกมอันดับต้นๆ (Top Disruptors) ที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความปลอดภัยแห่งอนาคตมาไว้ให้คุณแล้ว 1. โครงข่ายพื้นผิวการโจมตีระดับโลก (Global Attack Surface Grid) และการป้องกันแบบไซเบอร์คิเนติก ในยุคที่ระบบดิจิทัลและระบบโลกกายภาพ (Physical systems) ผสานรวมกัน ภัยคุกคามไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้าจออีกต่อไป หุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยานยนต์ไร้คนขับ และระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม ล้วนเชื่อมต่อกับเครือข่ายดิจิทัล ทำให้การโจมตีเพียงจุดเดียวอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ถึงชีวิตและความปลอดภัยของมนุษย์ได้ ด้วยเหตุนี้ แนวคิด "ความปลอดภัยไซเบอร์คิเนติก" (Cyberkinetic Security) จึงเกิดขึ้น โดยจะให้ความสำคัญกับการปกป้องสินทรัพย์ทางกายภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ เหนือกว่าการรักษาความลับของข้อมูลแบบดั้งเดิม มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 การลงทุนด้านความปลอดภัยใหม่ๆ อย่างน้อย 50% สำหรับระบบอัตโนมัติ จะมุ่งเน้นไปที่มาตรการรักษาความปลอดภัยแบบไซเบอร์คิเนติกเป็นหลัก 2. แพลตฟอร์มความน่าเชื่อถือและความถูกต้องทางดิจิทัล (Digital Trust and Authenticity Platforms) ปัจจุบัน…

Read More

จัดการความเสี่ยงไซเบอร์จาก Third-Party ให้อยู่หมัด: โอกาสทองช่วง “ต่ออายุ” และ “สิ้นสุดสัญญา”

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม (Third-party) หรือห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นหนึ่งในสามภัยคุกคามสูงสุดที่องค์กรต้องเตรียมรับมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้อย่างแพร่หลายซึ่งทำให้ความเสี่ยงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับการตรวจสอบสถานะความปลอดภัยเฉพาะช่วงก่อนเริ่มทำสัญญาเท่านั้น ทำให้พลาดโอกาสสำคัญที่สุดในช่วง "การต่ออายุ" (Renewal) และ "การสิ้นสุดสัญญา" (Termination) ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นช่วงเวลาที่องค์กรสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มอำนาจต่อรองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้การจัดการความเสี่ยงจากบุคคลที่สามมีความยืดหยุ่นและรัดกุม องค์กรควรปรับปรุงกระบวนการผ่าน 4 กิจกรรมหลักดังต่อไปนี้: 1. การประเมินความเสี่ยงทางไซเบอร์ซ้ำ (Cybersecurity Risk Reassessment) การบริหารจัดการความเสี่ยงไม่ใช่สิ่งที่จะทำเพียงครั้งเดียวจบ แต่ต้องทำเป็นกระบวนการอย่างต่อเนื่อง ในช่วงต่ออายุสัญญา องค์กรควรแยกแยะว่าผู้ให้บริการรายใดสามารถเข้าสู่ กระบวนการต่ออายุแบบเร่งด่วน (Fast-tracked) ได้ หรือรายใดที่ต้อง ประเมินซ้ำอย่างเข้มงวด ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพื่อใช้ประเมินความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ได้แก่: ความสำคัญต่อธุรกิจที่เพิ่มขึ้น: ขอบเขตการทำงานที่กว้างขึ้น หรือความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวมากเกินไป (Concentration risk) ความเสี่ยงด้านไซเบอร์ที่สูงขึ้น: เช่น ผู้ให้บริการเคยถูกละเมิดความปลอดภัย, มีการเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น, มีการใช้ AI เพิ่มขึ้น, หรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ การประเมินคุณภาพการสื่อสาร: หากผู้ให้บริการมีการสื่อสารที่เชิงรุกและช่วยแก้ปัญหา สิ่งนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีถึงความสามารถในการจัดการความเสี่ยงในอนาคต และสามารถพิจารณาเร่งรัดการต่ออายุสัญญาได้ 2. การปรับปรุงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ…

Read More

ก้าวสู่ปี 2026: ทำไมองค์กรถึงต้องเปลี่ยนสู่ “ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์” (Cyber Resilience)

ในโลกที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การตั้งรับและป้องกันอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้นำด้านไอทีและผู้บริหารเริ่มตระหนักว่าการป้องกันอุบัติการณ์ทางไซเบอร์ให้ได้ 100% นั้นเป็นเป้าหมายที่เป็นไปไม่ได้ แนวโน้มใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นคือการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ครั้งใหญ่ โดยลดการพึ่งพาวิธีคิดแบบ "การป้องกัน" (Prevention) และหันมาให้ความสำคัญกับ "การจำกัดความเสียหาย" (Limiting Harm) และ "การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง" แทน นี่คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านจากยุคของความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) สู่ยุคของ "ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์" (Cyber Resilience) อย่างเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (The Big Shift) ภายในปี 2028 คาดว่า 50% ของผู้บริหารระดับ CISO (Chief Information Security Officer) จะเปลี่ยนชื่อโปรแกรมความปลอดภัยของตนเป็น "ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์" อย่างเป็นทางการ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการเล่นคำ แต่เป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่มองว่าเป้าหมายหลักของการรักษาความปลอดภัยคือการลดผลกระทบทางธุรกิจให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน 4 เทรนด์สำคัญด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ที่คุณต้องรู้ 1. ยอมรับว่า "การฟื้นฟูระบบ" คือเป้าหมายหลัก หมดยุคของการพยายามป้องกันทุกการโจมตี องค์กรและผู้บริหารระดับสูงต้องหันมาสนับสนุนแนวทางการจำกัดความเสียหาย โดยตระหนักว่าเราอาจไม่สามารถหยุดยั้งทุกการโจมตีได้ แต่เราสามารถควบคุมผลกระทบได้ หากองค์กรยังยึดติดกับโมเดลที่เน้นแต่การป้องกันแบบล้าสมัย จะพบว่าตนเองไม่พร้อมรับมือเมื่อระบบถูกเจาะ ส่งผลให้เกิดความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียงอย่างรุนแรง…

Read More

เตรียมพร้อมรับมือยุคใหม่: ความปลอดภัยแบบ Cyberkinetic เมื่อภัยไซเบอร์คุกคามถึงโลกกายภาพ

ในยุคที่ระบบดิจิทัลและระบบกายภาพถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก เครือข่ายพื้นที่การโจมตีระดับโลก (Global Attack Surface Grid หรือ GASG) ได้ขยายตัวขึ้นอย่างมหาศาล การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า "ภัยคุกคามแบบ Cyberkinetic" ซึ่งเปลี่ยนจากการมุ่งโจมตีข้อมูลดิจิทัลแบบดั้งเดิม มาเป็นการพุ่งเป้าไปที่สินทรัพย์สำคัญทางกายภาพและคุกคามความปลอดภัยในชีวิตของมนุษย์โดยตรง ทำไมแนวทางความปลอดภัยแบบเดิมถึงไม่เพียงพออีกต่อไป? ผู้บริหารระดับ C-level จะต้องตระหนักว่าเรื่องนี้ได้กลายเป็นความรับผิดชอบระดับคณะกรรมการบริษัทแล้ว เนื่องจากภัยคุกคามทางดิจิทัลสามารถลุกลามไปสู่การทำลายล้างทางกายภาพหรือสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็ว ระบบป้องกันทางไซเบอร์แบบตอบสนอง (Reactive) ที่เราคุ้นเคยนั้นล้าสมัยไปแล้วเมื่อต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI องค์กรในยุคนี้จึงต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการเน้น "ความปลอดภัยจากการออกแบบ (Security by design)" ไปสู่ "ความยืดหยุ่นจากการออกแบบ (Resilience by design)" โดยมุ่งลงทุนในโซลูชันที่สามารถรับประกันได้ว่าระบบจะยังคงทำงานต่อไปได้แม้ในขณะที่กำลังถูกโจมตีทางกายภาพผ่านเครือข่ายไซเบอร์ 3 อุตสาหกรรมหลักที่เผชิญกับความเสี่ยงรุนแรงที่สุด เมื่อเส้นแบ่งระหว่างโลกดิจิทัลและการปฏิบัติการจริงพังทลายลง อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีควบคุมอุปกรณ์ทางกายภาพโดยตรงจะได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก ได้แก่: การขนส่งและยานพาหนะอัตโนมัติ: เมื่อยานยนต์ไร้คนขับระดับ 4 และ 5 เริ่มวิ่งบนถนนสาธารณะ ยานพาหนะเหล่านี้ต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อเครือข่ายตลอดเวลา หากแฮกเกอร์สามารถเจาะระบบเครือข่ายควบคุมภายในรถ (CAN Bus - Controller Area Network)ได้เพียงครั้งเดียว พวกเขาอาจสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของรถจากระยะไกล และเปลี่ยนรถยนต์ให้กลายเป็นอาวุธบนท้องถนนได้…

Read More