
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เติบโตก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว จากความสามารถในการคำนวณที่สูงขึ้น ต้นทุนที่ต่ำลง และการมีข้อมูลมหาศาลจากหลายแหล่งให้เรียนรู้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า “AI” ได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทุกองค์กรพยายามนำมาประยุกต์ใช้ ทว่า เนื่องจาก AI เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานหลากหลายสาขาวิชา ทั้งวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาการข้อมูล (Data Science) คณิตศาสตร์ ไปจนถึงมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ การสื่อสารและการตีความเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้จึงมักเกิดความสับสนและคลาดเคลื่อน คำศัพท์เดียวกันอาจมีความหมายต่างกันในแต่ละบริบท ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงในการทำงานและการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ คณะกรรมการวิชาการร่วม ISO/IEC JTC 1/SC 42 จึงได้จัดทำมาตรฐาน ISO/IEC 22989:2022 ขึ้น เพื่อเป็นกุญแจสำคัญในการจัดระเบียบและวางรากฐานแนวคิดด้านปัญญาประดิษฐ์ให้โลกเข้าใจตรงกัน
ISO/IEC 22989 คืออะไร และทำไมทุกองค์กรจึงต้องหันมามอง? ISO/IEC 22989 คือ มาตรฐานสากลฉบับแรกที่จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดคำศัพท์เฉพาะและอธิบายแนวคิดพื้นฐานในสาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาตรฐานนี้ไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่เพียงแค่ในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีเท่านั้น แต่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นองค์กรธุรกิจเชิงพาณิชย์ หน่วยงานรัฐบาล หรือองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร
ประโยชน์หลักของการมีมาตรฐานนี้คือ การสนับสนุนการสื่อสารระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ทุกฝ่ายให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน นอกจากนี้ มาตรฐานนี้ยังเป็นกรอบอ้างอิงสำคัญในการพัฒนามาตรฐานสากลด้าน AI อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต
นิยามและลักษณะเฉพาะของ “ระบบ AI” ตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน มาตรฐาน ISO/IEC 22989 ได้กำหนดนิยามของ ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI System) ไว้ว่าเป็น “ระบบที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อสร้างผลลัพธ์ เช่น เนื้อหา การพยากรณ์ คำแนะนำ หรือการตัดสินใจ สำหรับชุดเป้าหมายที่มนุษย์กำหนดไว้” โดยระบบ AI เหล่านี้จะได้รับการออกแบบให้ทำงานด้วยระดับความเป็นอัตโนมัติ (Level of automation) ที่แตกต่างกันออกไป
นอกจากนี้ มาตรฐานยังชี้ให้เห็นถึง 4 คุณสมบัติเด่น ของระบบ AI ที่ทำให้แตกต่างจากระบบซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้:
- Interactive (การโต้ตอบ): สามารถรับข้อมูลนำเข้าจากเซนเซอร์ หรือจากการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ แล้วส่งผลลัพธ์ไปกระตุ้นแอคชูเอเตอร์ (Actuator) หรือตอบสนองต่อมนุษย์และเครื่องจักรอื่น ๆ
- Contextual (การเข้าใจบริบท): มีความสามารถในการดึงข้อมูลจากหลายแหล่งมาร่วมประมวลผล ทั้งข้อมูลดิจิทัลที่มีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้าง รวมถึงข้อมูลรับรู้ทางประสาทสัมผัส
- Oversight (การควบคุมกำกับ): สามารถทำงานได้ภายใต้ระดับการควบคุมและดูแลของมนุษย์ในระดับที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน
- Adaptive (การปรับตัว): ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้สามารถใช้ข้อมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ และทำการฝึกฝนโมเดลซ้ำ (Retrain) เพื่ออัปเดตการทำงานของระบบได้
หลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด: AI ไม่ได้มีสติปัญญาและความคิดเหมือนมนุษย์ หนึ่งในคำเตือนที่สำคัญที่สุดในมาตรฐาน ISO/IEC 22989 คือเรื่องของ “การหลีกเลี่ยงการมอง AI เหมือนมนุษย์” (Avoid Anthropomorphism)
แม้ว่าภายในเอกสารมาตรฐานหรือในชีวิตประจำวัน เราจะใช้คำศัพท์อย่าง “ความเข้าใจ” (Understanding), “การเรียนรู้” (Learning), “ความรู้” (Knowledge) หรือ “การตัดสินใจ” (Decisions) กับระบบ AI แต่มาตรฐานระบุชัดเจนว่า ไม่ได้มีเจตนาที่จะระบุว่าระบบ AI มีคุณลักษณะทางปัญญาเหมือนมนุษย์ แต่เป็นเพียงการอธิบายข้อเท็จจริงทางเทคนิคที่ว่าระบบ AI บางระบบสามารถจำลองคุณลักษณะเหล่านั้นในขั้นต้นเท่านั้น (Rudimentarily simulate)
ความจริงที่ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานต้องตระหนักคือ ระบบ AI ไม่ได้มีความเข้าใจหรือมีความสามารถทางปัญญาที่แท้จริง พวกมันทำงานตามการออกแบบทางวิศวกรรม ตัวเลือกที่มนุษย์กำหนดให้ และยังคงต้องการการกำกับดูแลจากมนุษย์อยู่เสมอ
หัวใจของการเลือกใช้งาน AI: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ในตลาดปัจจุบันมีโซลูชัน AI มากมาย มาตรฐาน ISO/IEC 22989 จึงเข้ามาช่วยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการเปรียบเทียบและประเมินคุณภาพของแต่ละโซลูชัน โดยพิจารณาจากเกณฑ์ ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ซึ่งหมายถึง ความสามารถของระบบในการตอบสนองความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในรูปแบบที่สามารถพิสูจน์และตรวจสอบได้ (Verifiable way)
มิติของความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานนี้ ครอบคลุมคุณลักษณะสำคัญหลายด้าน เช่น:
- ความปลอดภัยและความมั่นคงปลอดภัย (Safety & Security): ความปลอดภัยในการใช้งานและป้องกันอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คน
- ความเป็นส่วนตัว (Privacy): การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PII)
- ความน่าเชื่อถือสม่ำเสมอและความทนทาน (Reliability & Robustness): การรักษาประสิทธิภาพการทำงานภายใต้สถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่ระบุไว้อย่างสม่ำเสมอ
- ความโปร่งใส (Transparency): การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะ ข้อจำกัด แหล่งที่มาของข้อมูล และขั้นตอนการประมวลผลอย่างเหมาะสม
ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ
- ISO/IEC 22989:2022 เป็นมาตรฐานพื้นฐานด้านคำศัพท์และแนวคิด AI ที่ใช้ได้กับทุกองค์กรทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะภาคส่วนไอที
- ระบบ AI มีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากซอฟต์แวร์ทั่วไป คือมีความสามารถในการโต้ตอบ ทำความเข้าใจบริบท ปรับตัวตามข้อมูลใหม่ และทำงานร่วมกับการควบคุมของมนุษย์
- AI ไม่ได้มีความคิดแบบมนุษย์ คำว่า “การเรียนรู้” หรือ “ความรู้” ของ AI เป็นเพียงคำศัพท์ทางเทคนิคเพื่อจำลองพฤติกรรมในขั้นต้นเท่านั้น AI ไม่มีความสามารถในการเข้าใจจริง ๆ และยังต้องการมนุษย์คอยควบคุมกำกับดูแล
- การวัดคุณภาพของ AI ในตลาด ควรดูที่ ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ได้ เช่น ความปลอดภัย ความโปร่งใส และความทนทานของระบบ
บทสรุป
สำหรับผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงานด้าน IT และ Cybersecurity การทำความเข้าใจมาตรฐาน ISO/IEC 22989 ไม่ใช่เรื่องของการจดจำคำศัพท์เชิงวิชาการที่น่าเบื่อ แต่คือการสร้าง “ภาษากลาง” ที่ถูกต้องภายในองค์กร การเข้าใจนิยามและข้อจำกัดที่แท้จริงของระบบ AI จะช่วยให้องค์กรสามารถประเมินความเสี่ยง วางแผนควบคุมระบบ และเลือกซื้อโซลูชัน AI ในตลาดได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส และเหมาะสมกับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวอย่างมั่นคง






