Skip to content Skip to footer

ความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย เมื่อ “Digital Wallet” ไม่ใช่ “Digital Wallet”

Article,Prinya’s Articles

ความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย เมื่อ “Digital Wallet” ไม่ใช่ “Digital Wallet”

ความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย เมื่อ “Digital Wallet” ไม่ใช่ “Digital Wallet”

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง ชี้ 2 จุดพึงระวัง โครงการ Digital Wallet ที่ต้องตรวจสอบ คือ การพิสูจน์และยืนยันตัวตน และการพัฒนาระบบ Payment Gateway

โครงการ Digital Wallet ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” ที่ขับเคลื่อนมาระยะหนึ่งแล้ว แม้ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะไปต่อหรือไม่อย่างไร? ซึ่งที่ผ่านมาโครงการนี้เป็นความคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ด้วยการแจกเงินให้กับประชาชนคนละ 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet

สำหรับโครงการ Digital Wallet หลายฝ่ายมีความกังวลในแง่มุมต่างๆ เช่น ด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจจะไม่ได้ทำให้เกิดการหมุนเวียนเงินในระบบหลายรอบ หรือแม้แต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณที่จะกระทบต่อส่วนอื่นก็ตาม แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมากคือ “เรื่องความมั่นคงปลอดภัยของระบบ”

ประเด็นหลังสุดนี้ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทย ประธานกรรมการบริหารเอซิส และไซเบอร์ตรอน กล่าวถึงความกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยของระบบภายใต้โครงการ Digital Wallet มี 2 ประเด็นหลัก (จาก 3 องค์ประกอบ คือ แอปทางรัฐ, Payment Gateway และ Digital Wallet) โดยมีรายละเอียด ดังนี้

เมื่อแอป “ทางรัฐ” ไม่ใช่ Digital Wallet “จำเป็นต้องมีการพิสูจน์และยืนยันตัวตนที่มีความมั่นคงปลอดภัยสูงแต่ในขณะเดียวกันก็ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้งานแอปให้กับประชาชนด้วย”

ไม่ได้ผิดอะไรที่จะใช้แอป “ทางรัฐ” ในโครงการ Digital Wallet แต่ในที่นี้ต้องการที่จะขยายความให้ผู้ใช้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยความหมายของแอป Digital Wallet คือ กระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผู้ใช้สามารถใช้เงินจากในกระเป๋าเงินดิจิทัลนั้นเพื่อจับจ่ายใช้สอยซื้อของต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เงินสด เพียงแค่เปิดแอปกระเป๋าเงินก็สามารถชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเงินที่มีตัวเลขอยู่ในแอปนั้นได้ทันที ยกตัวอย่างเช่น เป๋าตัง, TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, GrabPay Wallet เป็นต้น

สำหรับแอปทางรัฐ ไม่ได้เป็นการพัฒนาแอป Digital Wallet เนื่องจากไม่มีฟังก์ชั่นกระเป๋าเงินอยู่ในแอป แต่ทางรัฐเป็นแอปต้นทางที่ใช้เพื่อการลงทะเบียน ซึ่งเมื่อต้องการใช้เงินซื้อสินค้าจะต้องใช้จ่ายผ่านทางแอป Digital Wallet ที่เข้าร่วมโครงการ

ในแง่มุมด้านความมั่นคงปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสร้าง Digital Trust ให้กับแอปทางรัฐในระยะยาว ควรต้องมีระบบการพิสูจน์ตัวตนและยืนยันตัวตนที่ปลอดภัยสูงเทียบเท่ากับระบบของธนาคารต่างๆ ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ และควรต้องไม่ให้การพิสูจน์ตัวตนทำได้ง่ายๆ ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน (Forgot Password) เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะถูกสวมสิทธิ์ได้โดยเกิดจากข้อมูลประชาชนที่รั่วไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่ประชาชนทุกคนควรได้รับทราบ คือ การพิสูจน์ตัวตนและการยืนยันตัวตนมีความแตกต่างกัน การพิสูจน์ตัวตนทำเพียงแค่ครั้งเดียวในขั้นตอนของการลงทะเบียน หรือทำตอนที่ผู้ใช้ลืมรหัสผ่าน ส่วนการยืนยันตัวตนทำเมื่อเข้าใช้ระบบที่ได้มีการลงทะเบียนไว้แล้ว ซึ่งต้องมีการยืนยันตัวตนทุกครั้งที่เข้าใช้งาน

ในกรณีที่เราลืมรหัสผ่านแล้วให้ระบบรีเซ็ตใหม่ หากทำได้ง่ายๆ โดยไม่มีการย้อนกลับไปพิสูจน์ตัวตนใหม่ อาจเกิดความเสี่ยงที่จะถูกสวมสิทธิ์ นั่นหมายความว่าแอปทางรัฐจะต้องมีระบบการพิสูจน์ตัวตนและยืนยันตัวตนที่ดีป้องกันกรณีดังกล่าว และต้องไม่ให้มีแค่เพียงการพิสูจน์ตัวตนแบบง่ายๆ ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน ควรต้องย้อนกลับไปพิสูจน์ตัวตนอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งหรือไม่ ต้องพิจารณาเมื่อเทียบกับความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้งาน

จึงเป็นที่มาของคำว่า เมื่อ “Digital Wallet” ไม่ใช่ “Digital Wallet” และ แอป “ทางรัฐ” ไม่ใช่ “Digital Wallet” หากแต่ทุกจุดต้องการความมั่นคงปลอดภัยที่สูงในระดับมาตรฐานสากล

Payment Gateway หัวใจความปลอดภัยในโครงการ Digital Wallet

Payment Gateway เป็นเสมือนสะพานเชื่อมต่อของทุกจุด ทั้งระบบการพิสูจน์ตัวตนและยืนยันตัวตน และแอป Digital Wallet จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความปลอดภัยสูงที่จะไม่ทำให้ถูกเจาะข้อมูลระหว่างทางได้ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ของการพัฒนาระบบที่จะต้องดีพอ เป็นมาตรฐานในระดับสากล และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งคือควรจะต้องมีการทดสอบระบบให้แน่ใจว่ามีความปลอดภัยตามมาตรฐานต่างๆ ประเด็นนี้เป็นความกังวลอีกประการหนึ่งที่สำคัญ

นอกจากนี้ระบบ Payment Gateway ยังจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า 24×7 Security Monitoring เพื่อเฝ้าระวังต่อเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด เช่น การเจาะระบบโดยผู้ไม่หวังดีหรือมิจฉาชีพ อีกทั้งยังต้องมีความพร้อมด้านการกู้คืนระบบและข้อมูลโดยเร็วเมื่อเกิดเหตุขึ้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อการให้บริการหรือกระทบให้น้อยที่สุด

คำถามคือ หาก Payment Gateway ไม่มีความมั่นคงปลอดภัยที่ดีพอจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? คำตอบคือถ้าข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่รับสิทธิ์ในโครงการ Digital Wallet ดังกล่าวรั่วออกไป หรือมีช่องโหว่ในระบบ สิ่งที่จะเกิดความเสียหายตามมาคือ การนำข้อมูลไปใช้เพื่อเข้ามาสวมสิทธิ์ของประชาชนบุคคลนั้นๆ เรื่องเหล่านี้อาจเกิดขึ้นได้หากไม่ระมัดระวังให้ดีพอ

รวมทั้งควรจะต้องมีการซักซ้อมการหนีไฟไซเบอร์หรือที่เรียกว่า Cyber Drill ดังที่องค์กรต่างๆ ต้องทำการซ้อมแผน หนีไฟทุกๆ ปี เพื่อให้สามารถจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้เมื่อต้องเผชิญเหตุ

ดังนั้น การพัฒนาระบบ Payment Gateway ซึ่งเป็นหัวใจด้านความปลอดภัยของโครงการ Digital Wallet จำเป็นต้องเลือกผู้พัฒนาที่มีศักยภาพ ไม่ควรพัฒนาอย่างเร่งรีบที่อาจจะนำไปสู่การเกิดช่องโหว่ อีกทั้งยังควรจะต้องมีการทดสอบระบบโดย External Auditor ให้มั่นใจในความมั่นคงปลอดภัยก่อนใช้งานจริง

สำหรับการเชื่อมต่อไปยังแอป Digital Wallet ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์ภายใต้โครงการนั้น หากมีระบบ Payment Gateway ที่ดี ก็ไม่น่าจะต้องกังวลกับการใช้ Digital Wallet เพราะผู้ให้บริการแต่ละรายต่างมีระบบที่ดีและใช้งานได้จริงอยู่ในทุกวันนี้แล้ว

ทั้งสองประเด็นข้อกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัยในโครงการ Digital Wallet ที่กล่าวมานี้ อาจารย์ปริญญา อยากจะฝากไว้ให้กับทุกๆ ฝ่าย ที่รับผิดชอบได้ไตร่ตรองและดำเนินการอย่างรอบคอบหากต้องมีโครงการแจกเงินผ่าน Digital Wallet เกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้นี้เป็นส่วนหนึ่งของ พรบ.ไซเบอร์แต่อย่างไร” อ.ปริญญา ย้ำปิดท้าย เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด

Related Content