Skip to content Skip to footer

AI ฉลาดขึ้นทุกวัน เราควรอยู่กับมันอย่างไร มุมมองจาก อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์

Article,News & Events

AI ฉลาดขึ้นทุกวัน เราควรอยู่กับมันอย่างไร มุมมองจาก อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์

AI ฉลาดขึ้นทุกวัน เราควรอยู่กับมันอย่างไร มุมมองจาก อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์


.
วันนี้ AI ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือเอาไว้ถาม-ตอบ หรือช่วยค้นหาข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต การทำงาน และการตัดสินใจในแทบทุกเรื่องอย่างรวดเร็วมาก
.
ถ้าย้อนกลับไปไม่กี่ปีก่อน หลายคนอาจยังมอง AI ว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเทคโนโลยีของบริษัทใหญ่ หรือเป็นของคนสายไอทีเท่านั้น แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วอย่างชัดเจน AI กำลังเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และมีผลต่อทั้งคนทำงาน องค์กร ธุรกิจ ไปจนถึงเรื่องความปลอดภัยในโลกดิจิทัล
.
จากมุมมองของ อาจารย์ปริญญา หอมเอนก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เรื่องสำคัญที่สุดในการรับมือกับ AI ไม่ใช่แค่การเรียนรู้วิธีใช้งาน แต่คือการปรับ “วิธีคิด” ของเราให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไป

อาจารย์ปริญญามองว่า AI ไม่ใช่เพียงเครื่องมือ แต่กำลังกลายเป็น “ทักษะการใช้ชีวิต” ในยุคใหม่ ใครที่ยังคิดว่า AI เป็นเรื่องของคนอื่น หรือเป็นแค่ของเล่นในโลกเทคโนโลยี อาจจะตามโลกไม่ทันในไม่ช้า เพราะต่อจากนี้ AI จะเข้าไปอยู่ในทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล การบริการลูกค้า การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ หรือแม้แต่การตัดสินใจทางธุรกิจ
.
แต่ในขณะเดียวกัน อาจารย์ก็ย้ำชัดว่า เราไม่ควรเชื่อ AI ทั้งหมดแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะต่อให้ AI จะเก่งขึ้นแค่ไหน มันก็ยังมีโอกาสให้ข้อมูลผิด สรุปคลาดเคลื่อน หรือสร้างข้อมูลที่ดูน่าเชื่อถือแต่ไม่จริงได้เสมอ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้จักตรวจสอบข้อมูล รู้จักตั้งคำถาม และใช้ AI อย่างมีสติ ไม่ใช่ปล่อยให้ AI คิดแทนทุกอย่างจนขาดวิจารณญาณ
.
อีกประเด็นที่น่าสนใจมากคือเรื่อง Cyber Mindset หรือกรอบความคิดด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งอาจารย์ปริญญาให้ความสำคัญมาก ในโลกปัจจุบันเราอาจต้องเลิกถามว่า “เราจะโดนโจมตีไหม” แล้วเปลี่ยนเป็น “เราจะโดนโจมตีเมื่อไหร่” มากกว่า เพราะภัยไซเบอร์ในวันนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว และเมื่อ AI เข้ามามีบทบาท ความสามารถในการโจมตีก็ยิ่งเร็วและซับซ้อนมากขึ้น
.
AI รุ่นใหม่ไม่ได้มีดีแค่ตอบคำถามหรือเขียนข้อความเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยค้นหาช่องโหว่ของระบบได้ด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้คนในวงการความปลอดภัยไซเบอร์เริ่มกังวลมากขึ้น เพราะถ้า AI สามารถหาช่องโหว่ที่มนุษย์ยังหาไม่เจอได้เร็วกว่าเดิม ก็หมายความว่าทั้งฝ่ายป้องกันและฝ่ายโจมตีต่างก็มีเครื่องมือที่ทรงพลังมากขึ้นเหมือนกัน
.
ที่น่าคิดไปกว่านั้นคือ AI บางระบบไม่ได้แค่หาจุดอ่อนของระบบเจอ แต่ยังอาจช่วยเขียนโค้ดสำหรับใช้โจมตีต่อได้ด้วย ทำให้อนาคตของสงครามไซเบอร์อาจไม่ใช่แค่คนโจมตีคนอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็น AI ปะทะ AI อย่างเต็มรูปแบบ องค์กรจึงจำเป็นต้องใช้ AI เพื่อช่วยป้องกันตัวเองเช่นกัน ไม่อย่างนั้นอาจตามเกมไม่ทัน
.
ผลกระทบของ AI ยังขยายไปถึงเรื่องงานและอาชีพด้วย งานบางประเภทที่เป็นงานซ้ำ ๆ มีขั้นตอนชัดเจน หรือใช้รูปแบบเดิมบ่อย ๆ มีโอกาสสูงที่จะถูก AI เข้ามาช่วยทำหรือแทนที่ได้ โดยเฉพาะในสายเทคโนโลยีบางงานที่ใช้กระบวนการค่อนข้างตายตัว
.
แต่ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์จะหมดความสำคัญ ตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้ประสบการณ์ การตัดสินใจในสถานการณ์จริง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการมองภาพรวมเชิงกลยุทธ์ ยังเป็นสิ่งที่มนุษย์มีบทบาทสูงมาก ตัวอย่างเช่น งานรับมือเหตุการณ์ความปลอดภัยไซเบอร์ หรือการจัดการสถานการณ์วิกฤต ซึ่งต้องอาศัยทั้งความรู้ ความนิ่ง และประสบการณ์จริง
.
ในภาคธุรกิจเอง องค์กรก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เพราะการแข่งขันในอนาคตอาจไม่ได้วัดกันแค่จำนวนคนหรือขนาดบริษัทอีกต่อไป แต่จะวัดกันว่าใครใช้ AI มาช่วยออกแบบกระบวนการทำงานได้ดีกว่ากัน ใครเอา AI มาทำให้ทีมทำงานเร็วขึ้น ลดต้นทุนได้มากขึ้น และสร้างคุณค่าใหม่ได้จริง องค์กรที่ปรับตัวได้เร็วก็จะได้เปรียบมาก
.
สิ่งนี้ทำให้บทบาทใหม่ ๆ อย่างคนที่เข้าใจทั้งงานและเข้าใจการนำ AI ไปใช้จริง เริ่มมีความสำคัญมากขึ้น เพราะโลกไม่ได้ต้องการแค่คนใช้ AI เป็น แต่ต้องการคนที่รู้ว่าจะเอา AI ไปใส่ในขั้นตอนไหน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
.
นอกจากเรื่องงานแล้ว AI ยังส่งผลต่อภาพใหญ่ของเศรษฐกิจและธุรกิจอีกด้วย ทุกวันนี้การเปิดตัวความสามารถใหม่ของ AI สามารถกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดและมูลค่าของบริษัทต่าง ๆ ได้แทบจะทันที แสดงให้เห็นว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญทางธุรกิจอย่างเต็มตัว
.
เมื่อมองไปในอนาคต ภาพยิ่งชัดว่าเรากำลังเดินเข้าสู่โลกใหม่ที่ต้องการคนมีทักษะในการอยู่ร่วมกับ AI มากกว่าที่เคย และถ้าในอนาคตเทคโนโลยีอย่าง Quantum Computing พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด ระบบความปลอดภัยแบบเดิม ๆ ก็อาจต้องถูกทบทวนครั้งใหญ่เช่นกัน
.
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่อาจารย์ปริญญาสะท้อนให้เห็นไม่ใช่ความน่ากลัวของ AI เพียงอย่างเดียว แต่คือความจำเป็นที่เราทุกคนต้องปรับตัว เราอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องเก่งเทคโนโลยีที่สุด แต่เราต้องเข้าใจโลกให้มากพอ รู้ทันเครื่องมือที่ใช้ และไม่ปล่อยให้ความสะดวกสบายจาก AI ทำให้เราหยุดคิด
.
ในวันที่ AI ฉลาดขึ้นทุกวัน คนที่อยู่รอดได้ดีที่สุด อาจไม่ใช่คนที่ต่อต้านมัน แต่คือคนที่เรียนรู้จะใช้มันอย่างฉลาด รอบคอบ และรู้เท่าทัน

Related Content