Data Economy


Author By: Prinya Hom-anek, ACIS/Cybertron Cybersecurity Research LAB
ACIS Professional Center Co., Ltd. & Cybertron Co., Ltd.

“ด้านมืดของการนําเทคโนโลยี Big Data และ AI มาใช้เปลี่ยน พฤติกรรมมนุษย์ในยุคแห่งข้อมูลภิวัฒน์”

เมื่อโลกกําลังเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทําให้ “Digital Economy” นั้น กลายเป็นคําที่ล้าสมัยไปเสียแล้ว มิสเตอร์ ดอน แท็ปสก็อตต์ ได้แต่ง หนังสือ “Digital Economy” ไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนสํานักพิมพ์เพิ่ง ออกหนังสือเล่มใหม่ฉลองครบรอบยี่สิบปีเมื่อไม่นานมานี้ ดังนั้น “Digital Economy” จึงไม่ใช่คําใหม่แต่อย่างใด ในปัจจุบันและอนาคต เรากําลัง พูดถึง Buzzword คําใหม่ที่กําลังมาแรงนั่นคือ “Data Economy” หรือ “Data-Driven Economy” ความหมายของ “Data-Driven” หรือ “Data Economy” หมายความแบบง่ายๆว่าเรากําลังอยู่ในยุคที่อุปกรณ์ดิจิทัล และอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตประจําวันของเรา ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน หรือ โซเซียลมีเดีย ทุกวันนี้เรารู้สึกว่าชีวิตมี ความสะดวกสบายขึ้น เราใช้งานโปรแกรมโซเซียลมีเดีย และ เซิรส์เอ็น จิ้นได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เราส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เห็นด้านมืดของ โปรแกรมเหล่านี้ จริงๆแล้วคํากล่าวที่ว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” ยังคงเป็น จริงเสมอ เราใช้ของฟรีก็จริง แต่เรากําลังจ่ายด้วย “ความเป็นส่วนตัว ของเรา” (Our Privacy) โดยไม่รู้ตัว

ทําไมถึงเป็นเช่นน?ี้ เนื่องจากทุกบริษัทในโลก จําเป็นต้องทําธุรกิจและ สร้างผลกําไรให้กับผู้ถือหุ้นตามหลักการของโลกทุนนิยม ทุกบริษัท จําเป็นต้องหารายได้และทํากําไรเป็นหลักการพื้นฐาน บริษัทที่มีความ เข้าใจเรื่อง “Data Economy” จะใช้ข้อมูลที่พวกเราป้อนเข้าสู่โปรแกรม ต่างๆ ที่ทํางานอยู่บนสมาร์ทโฟนของเราเอง โดยให้ Data Scientist ของบริษัทประยุกต์ใช้เทคโนโลยี “Big Data” และ “Machine Learn- ing” ตลอดจนนําเทคโนโลยี “AI” เข้ามาใช้แทนมนุษย์ในการบริหาร จัดการกับข้อมูลในปริมาณมหาศาล บริษัทใดที่บริหารจัดการข้อมูลได้ดี
บริษัทนั้นสามารถ “Make Money” หรือทํากําไรจากข้อมูลที่ตนมีอยู่ได้ มี competitive advantage เหนือกว่าบริษัทที่ยังล้าหลังในการนํา เทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้

เราจะเห็นได้ว่าสิบปีที่ผ่านมา บริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก 5 บริษัท แรก จาก ปี ค.ศ.2001 ถึง ค.ศ.2016 มีการเปลี่ยนแปลงอันดับกันอย่าง ชัดเจน โดยในปัจจุบัน บริษัทที่ทําธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้ขึ้นมาอยู่ใน 5 อับดับแรกทั้งหมด ดาวรุ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือบริษัท Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google และบริษัท Facebook ซึ่งมีราย ได้มหาศาลจากการบริหารจัดการข้อมูลอย่างชาญฉลาดโดยใช้ เทคโนโลยีดังที่กล่าวมาแล้ว ล่าสุดทั้ง Facebook และ Google เพิ่งถูก สหภาพยุโรป (EU) สั่งปรับเป็นเงินหลายพันล้านบาท โดย Google ถูก ตัดสินว่าทําให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมเนื่องจากมีการที่ปรับเปลี่ยน ผลลัพธ์ในการค้นหาข้อมูลที่ทําให้มีบริษัทบางบริษัทได้ประโยชน์ ได้ เปรียบคู่แข่งอย่างไม่เป็นธรรม และ Facebook เองก็ถูกศาล EU ตัดสิน ให้จ่ายค่าปรับเนื่องจากมีการแชร์ข้อมูลกันระหว่าง Whatapps และ Facebook โดยไม่แจ้งให้ EU ทราบตั้งแต่ตอนควบรวมกิจการ


Cambridge Analytica
Cambridge Analytica

ตัวอย่าง “Data Driver Economy” ยังมีให้เห็นอีกอย่างชัดเจน จากการ ที่มีบริษัทเล็กๆในอังกฤษได้แก่บริษัท “Cambridge Analytica” อยู่เบื้อง หลังการรับจ้างทํา Data-Driven Campaign ที่มีผลต่อการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐและมีผลต่อการที่อังกฤษแยกตัวเองจากสหภาพ ยุโรป (Brexit) รวมทั้งมีผลกระทบกับการเลือกตั้งในอีกหลายประเทศ โดยใช้หลักการวิเคราะห์ข้อมูล”Psychometric”โดยมุ่งเน้นไปท”ี่Psy- chographic ” ควบคู่ไปกับ “Demographic ” ในแบบเดิม มีการนํา ข้อมูลที่ได้จัดเตรียมไว้และเป็นประโยชน์กับผู้ว่าจ้าง จัดทํา campaign ปล่อยข้อมูลเหล่านั้นให้ประชาชนเห็นโดยผ่าน Google และ Facebook ตลอดจนสื่อโซเซียลต่างๆ ทําให้ประชาชนที่มีสิทธิในการเลือกตั้ง เปลี่ยนแปลงความคิดเห็นทางการเมือง มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่าง ชัดเจน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าการใช้เทคโนโลยี Big Data ในแนวนี้ ก็มี ด้านมืดที่เราต้องพิจารณาให้ถ่องแท้เช่นกัน

Digital Literacy

ดังนั้น ประเทศไทยและประชาชนชาวไทยควรเข้าใจผลกระทบจากการใช้ เทคโนโลยีขั้นสูงดังกล่าวในการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของผู้บริโภคและประชาชน ดังที่เห็นตัวอย่างในระดับโลกกันมา แล้ว รัฐบาลในทุกประเทศควรตะหนักถึงผลกระทบดังกล่าวและควรรีบ ทําการ “Educate” ประชาชนให้มี “Digital Literacy” และมี “ภูมิคุ้มกันทาง ดิจิทัล ” ที่ดี เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อการตลาดแบบไฮเทคที่นับวันจะส่งผล รุนแรงขึ้นเรื่อยๆและประชาชนต้องตกเป็นเหยื่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในที่สุด

ACIS Professional Center

ACIS Professional Consulting Services offers a fully integrated information system and information security consulting service conform to the “One-Stop-Shop” concept.

ACIS Onair

Acis Photos

© Copyright 2019. Powered by ACIS Professional Center | Privacy Policy

Our website uses both essential and non-essential cookies to analyze use of our products and services. This agreement applies to non-essential cookies only. By accepting, you are agreeing to third parties receiving information about your usage and activities. If you choose to decline this agreement, we will continue to use essential cookies for the operation of the website. View Policy