Skip to content Skip to footer

Collaboration Phishing เมื่อผู้โจมตีไม่ได้ส่งอีเมล แต่ทักมาใน Teams

Article,News & Events

Collaboration Phishing เมื่อผู้โจมตีไม่ได้ส่งอีเมล แต่ทักมาใน Teams

หลายปีที่ผ่านมา องค์กรลงทุนอย่างหนักกับ Email Security ไม่ว่าจะเป็น Secure Email Gateway, Anti-Spam, DMARC, SPF, DKIM หรือการฝึกอบรมพนักงานให้ระวังอีเมลหลอกลวง แต่ในขณะที่องค์กรกำลังป้องกันอีเมล ผู้โจมตีกลับเปลี่ยนสนามรบไปยังช่องทางใหม่ที่ผู้คนเชื่อถือมากกว่าเดิม นั่นคือแพลตฟอร์ม Collaboration เช่น Microsoft Teams, Slack, Google Chat และระบบ Messaging ภายในองค์กร

สิ่งที่น่ากังวลคือ ผู้ใช้งานจำนวนมากยังมี “ความระแวง” ต่ออีเมล แต่กลับมี “ความเชื่อใจ” ต่อข้อความที่เข้ามาใน Teams โดยอัตโนมัติ

และนั่นคือจุดที่ Collaboration Phishing กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว


ทำไม Teams จึงกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของผู้โจมตี

ในอดีต ผู้โจมตีต้องส่งอีเมลปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์แนบ แต่ปัจจุบันพนักงานจำนวนมากใช้เวลาทำงานบน Teams มากกว่า Email

เมื่อมีข้อความเด้งขึ้นมาพร้อมชื่อ “IT Support”, “Helpdesk”, “Vendor” หรือแม้แต่ “ผู้บริหาร” ผู้ใช้งานมักตอบสนองทันทีโดยไม่ตั้งคำถามมากนัก

ผู้โจมตีเข้าใจพฤติกรรมนี้เป็นอย่างดี

จึงเริ่มใช้วิธีส่งข้อความตรงผ่าน Teams เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและลดโอกาสถูกตรวจจับจากระบบ Email Security


รูปแบบการโจมตีที่พบมากขึ้น

1. ปลอมตัวเป็น IT Support

เหยื่อได้รับข้อความว่า

“พบปัญหาเกี่ยวกับบัญชี Microsoft 365 ของคุณ กรุณายืนยันตัวตนผ่านลิงก์นี้”

เนื่องจากข้อความถูกส่งผ่าน Teams และมีรูปโปรไฟล์คล้ายเจ้าหน้าที่ IT หลายคนจึงกดลิงก์ทันที

ผลลัพธ์คือ Username, Password และ MFA Token ถูกขโมย


2. ปลอมเป็น Vendor หรือ Partner

ผู้โจมตีสร้าง Tenant Microsoft 365 ของตนเอง จากนั้นส่งข้อความหาองค์กรเป้าหมายในฐานะคู่ค้าหรือผู้รับเหมา

ข้อความอาจแนบไฟล์ PDF ปลอม หรือแชร์ลิงก์ไปยัง SharePoint ปลอม

ผู้ใช้งานมักคิดว่าเป็นเอกสารธุรกิจปกติ จึงเปิดโดยไม่ลังเล


3. Social Engineering แบบต่อเนื่อง

ต่างจาก Email Phishing ที่มักเป็นการโจมตีครั้งเดียว

Collaboration Phishing สามารถสร้างบทสนทนาต่อเนื่องได้

ตัวอย่างเช่น

วันแรก:

สวัสดีครับ ผมจาก IT Support

วันถัดมา:

วันนี้จะมีการอัปเกรดระบบ ขอความร่วมมือช่วยตรวจสอบ MFA

หลังจากสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ผู้โจมตีจึงขอข้อมูลสำคัญในภายหลัง

การโจมตีลักษณะนี้มีอัตราความสำเร็จสูงกว่าการส่งอีเมลหลอกลวงแบบเดิม


เหตุใดองค์กรจำนวนมากยังไม่พร้อมรับมือ

Security Control ยังเน้น Email เป็นหลัก

หลายองค์กรมี

  • Secure Email Gateway
  • DMARC
  • Anti-Spam
  • Email Sandboxing

แต่ไม่มีมาตรการควบคุม Teams หรือ Collaboration Platform ในระดับเดียวกัน


Security Awareness ยังสอนเฉพาะ Email Phishing

เมื่อถามพนักงานว่า

“อย่าคลิกลิงก์ในอีเมลแปลก ๆ”

ทุกคนเข้าใจ

แต่หากถามว่า

“ถ้ามีคนแปลกหน้าทักมาใน Teams คุณจะทำอย่างไร”

หลายองค์กรยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน


การเปิด External Access มากเกินไป

หลายองค์กรเปิดให้

  • External User Chat
  • Guest Access
  • Cross-Tenant Communication

โดยไม่มีการกำหนดนโยบายควบคุมที่เหมาะสม

ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถติดต่อพนักงานได้โดยตรง


ผลกระทบทางธุรกิจที่มากกว่าการขโมย Password

หลายคนมองว่า Phishing คือการขโมยบัญชีผู้ใช้งาน

แต่ในความเป็นจริง ความเสียหายอาจขยายไปถึง

Data Breach

ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน หรือข้อมูลธุรกิจสำคัญอาจถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

Financial Fraud

ผู้โจมตีอาจสวมรอยผู้บริหารเพื่อสั่งโอนเงินหรือเปลี่ยนบัญชีรับชำระ

Ransomware

บัญชีที่ถูกยึดอาจถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการกระจายมัลแวร์ภายในองค์กร

Compliance Violation

หากข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล อาจเกี่ยวข้องกับ

  • PDPA
  • GDPR
  • ISO/IEC 27001
  • ข้อกำหนดของลูกค้า

และสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงองค์กรในระยะยาว


องค์กรควรเตรียมตัวอย่างไร

การป้องกัน Collaboration Phishing ไม่สามารถพึ่งเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวได้

องค์กรควรดำเนินการอย่างน้อย 4 ด้าน

1. กำหนดนโยบายสำหรับ Collaboration Platform

กำหนดชัดเจนว่า

  • ใครสามารถติดต่อจากภายนอกได้
  • ใครสามารถเพิ่ม Guest User ได้
  • การแชร์ไฟล์ต้องผ่านการอนุมัติหรือไม่

2. เพิ่ม Security Awareness ให้ครอบคลุม Teams และ Chat

เปลี่ยนจากการสอนเฉพาะ Email Phishing

ไปสู่การฝึกอบรม

  • Teams Phishing
  • Chat-based Scam
  • Social Engineering
  • MFA Fatigue Attack

3. ทบทวน Identity & Access Management

เน้นควบคุม

  • MFA
  • Conditional Access
  • Zero Trust
  • Privileged Access

เพื่อจำกัดความเสียหายหากบัญชีถูกยึด


4. จัดทำ Incident Response Playbook

องค์กรควรมีขั้นตอนชัดเจนว่า

หากพนักงานกดลิงก์ใน Teams หรือเปิดไฟล์อันตราย

จะต้อง

  • แจ้งใคร
  • ปิดบัญชีอย่างไร
  • ตรวจสอบความเสียหายอย่างไร
  • ฟื้นฟูระบบอย่างไร

บทสรุป

Collaboration Platform กำลังกลายเป็นศูนย์กลางการทำงานขององค์กรยุคใหม่ และนั่นทำให้มันกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของผู้โจมตีเช่นกัน

หากในอดีตคำเตือนคือ

“อย่ากดลิงก์ในอีเมล”

คำเตือนสำหรับปี 2026 อาจต้องเปลี่ยนเป็น

“อย่าเชื่อทุกข้อความที่ส่งมาทาง Teams”

เพราะในโลกที่การทำงานเกิดขึ้นผ่าน Chat มากขึ้นทุกวัน การโจมตีไม่ได้เริ่มต้นจาก Inbox อีกต่อไป แต่อาจเริ่มต้นจากข้อความสั้น ๆ เพียงหนึ่งบรรทัดที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอของพนักงานทุกคนในองค์กร

ACIS ช่วยคุณได้อย่างไร

Collaboration Phishing ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาเรื่อง “ผู้ใช้งานกดลิงก์ผิด” แต่สะท้อนความพร้อมขององค์กรในการจัดการความเสี่ยงด้านคน กระบวนการ และระบบยืนยันตัวตน

ACIS Professional Center ช่วยองค์กรประเมินและยกระดับความพร้อมด้าน Cybersecurity, IT Governance และ Security Awareness ผ่านการออกแบบแนวทางป้องกัน phishing ที่ครอบคลุมมากกว่าอีเมล เช่น Microsoft Teams, Collaboration Tools, SaaS Platform และช่องทางสื่อสารภายในองค์กร

บริการที่เชื่อมโยงได้ ได้แก่ Security Awareness Training, Phishing Simulation, IT Governance Advisory, Identity & Access Governance, Incident Response Readiness และ ISO/IEC 27001 Readiness เพื่อให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยงจากการหลอกลวงรูปแบบใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

Related Content