Skip to content Skip to footer

Cybersecurity ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนธุรกิจของ CIO ปี 2026

Article,News & Events,Prinya’s Articles

Cybersecurity ไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนธุรกิจของ CIO ปี 2026

ในอดีต “ความปลอดภัยทางไซเบอร์” (Cybersecurity) มักถูกมองว่าเป็นเพียงหน้าที่ทางเทคนิคหรือการทำตามรายการตรวจสอบข้อบังคับ (Compliance checklists) เท่านั้น แต่ในปัจจุบัน แนวคิดนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการป้องกันอีกต่อไป แต่มันคือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนคุณค่า ความยืดหยุ่น และการเติบโตของธุรกิจ

เมื่อเทคโนโลยีอย่าง AI, คลาวด์ และควอนตัม ได้เข้ามาเพิ่มความซับซ้อนและขยาย “พื้นที่การโจมตี” (Attack surface) ให้กว้างขึ้น ผู้นำไอทีหรือ CIO จึงมีหน้าที่สำคัญในการเชื่อมโยงการลงทุนด้านความปลอดภัยเข้ากับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน

จาก “การป้องกันที่สมบูรณ์แบบ” สู่ “ความยืดหยุ่นของธุรกิจ”

ในโลกที่ระบบนิเวศดิจิทัลมีความซับซ้อนและภัยคุกคามถูกขับเคลื่อนด้วย AI การพยายามสร้างการป้องกันที่สมบูรณ์แบบไร้รอยรั่วนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย สิ่งที่คณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ให้ความสำคัญในยุคนี้คือ “ความยืดหยุ่น (Resilience)” หรือความสามารถขององค์กรในการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุดและสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

จากข้อมูลพบว่า 93% ของคณะกรรมการบริษัทมองว่าความเสี่ยงทางไซเบอร์เป็นภัยคุกคามต่อมูลค่าของผู้ถือหุ้น และ 61% ของ CIO เริ่มปฏิบัติต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์ในฐานะผลลัพธ์ทางธุรกิจแล้ว องค์กรที่สามารถปกป้องความต่อเนื่องทางธุรกิจและปรับตัวได้ดี คือองค์กรที่จะสามารถรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันไว้ได้

AI กับความท้าทายใหม่ที่ระบบแบบเดิมรับมือไม่ได้

การมาถึงของ Generative AI และระบบการทำงานอัตโนมัติ (Autonomous workflows) ได้สร้างโอกาสมหาศาล แต่ก็นำมาซึ่ง “พื้นผิวความล้มเหลว (Failure surfaces)” รูปแบบใหม่ที่ระบบรักษาความปลอดภัยดั้งเดิมไม่สามารถรับมือได้ ตัวอย่างเช่น ผู้บริหาร 1 ใน 10 รายรายงานว่าธุรกิจของตนเคยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเทคโนโลยี Deepfake นอกจากนี้ ภัยคุกคามในปัจจุบันยังรวมถึงการหลอกลวงด้วย AI (AI-enhanced phishing), การสร้างสื่อสังเคราะห์ และการโจมตีด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร

ทางออกสำหรับ CIO:

  • ต้องฝังเรื่องความปลอดภัยลงไปในทุกๆ ความคิดริเริ่มด้าน AI ตั้งแต่เริ่มต้น
  • ประเมินความเสี่ยงด้วยระบบอัตโนมัติเพื่อให้ก้าวทันความเร็วของ AI
  • สร้าง “ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune system)” เชิงรุก ที่ผสมผสานการตรวจสอบความถูกต้อง การสกัดกั้นภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ และการให้ความรู้ด้านดิจิทัล เพื่อต่อต้านข้อมูลเท็จและการโจมตีรูปแบบใหม่

ลงทุนแค่ไหนถึงจะ “พอดี”? ทลายกรอบการจัดการความเสี่ยงแบบเดิมๆ

“ความปลอดภัยที่มากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะดีกว่าเสมอไป” องค์กรหลายแห่งลงทุนไปกับการควบคุมมากเกินความจำเป็น จนสร้างความติดขัดและทำให้ธุรกิจล่าช้า โดยไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงอย่างแท้จริง โมเดลความเสี่ยงที่ตายตัวยังเป็นตัวขัดขวางการเติบโตขององค์กร

การจะตอบคำถามที่ว่า “ความปลอดภัยระดับไหนถึงจะเพียงพอ?” ต้องอาศัยการประเมินความเสี่ยงแบบไดนามิกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งพัฒนาควบคู่ไปกับธุรกิจ องค์กรชั้นนำเลือกที่จะปรับการลงทุนโดยใช้ ข้อตกลงระดับการคุ้มครอง (Protection-Level Agreements – PLAs) และ ตัวชี้วัดที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์ (Outcome-driven metrics) เช่น ระยะเวลาเฉลี่ยในการตรวจจับและฟื้นฟูระบบ (Mean time to detect and recover) เพื่อให้คณะกรรมการมองเห็นอย่างชัดเจนว่า การลงทุนด้านไซเบอร์นั้นช่วยปกป้องรายได้และลดต้นทุนของธุรกิจได้อย่างไร

ก้าวต่อไปของ CIO: ทำให้ “ความสามารถในการปกป้อง” เป็นกลยุทธ์การเติบโต

ความสามารถในการปกป้องธุรกิจ (Business defensibility) คือความได้เปรียบทางการแข่งขันรูปแบบใหม่ในยุคนี้ CIO ที่ต้องการสร้างความไว้วางใจและขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า ควรดำเนินการตามเส้นทางเชิงกลยุทธ์ 3 ขั้นตอนดังนี้:

  1. ทบทวนและปรับปรุงให้ทันสมัย (Revisit and Modernize): จัดลำดับความสำคัญและปรับมุมมองที่บทบาทของ CIO มีต่อความมั่นคงทางไซเบอร์
  2. สร้างรากฐานความปลอดภัยใหม่ (Build a New Cybersecurity Foundation): เชื่อมโยงค่าใช้จ่ายด้านความปลอดภัยเข้ากับผลกระทบทางธุรกิจโดยใช้ตัวชี้วัดที่เน้นผลลัพธ์ (PLAs) และทำงานร่วมกับผู้บริหารฝ่ายรักษาความปลอดภัยข้อมูล (CISO) เพื่อสื่อสารเรื่องความเสี่ยงอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
  3. กำหนดทิศทางใหม่ (Reset Your North Star): วางทิศทางการลงทุนโดยเน้นเรื่องความสามารถในการปกป้องผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขับเคลื่อนนโยบายด้าน AI ให้เป็นกฎขององค์กร และเปลี่ยนภาระความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยจากที่เคยเป็นของแผนกไอทีฝ่ายเดียว ให้กลายเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของคณะกรรมการบริษัท

การอัปเกรดระบบปฏิบัติการด้านไอที (IT Operations) ให้รองรับ AIOps และการรักษาความปลอดภัยเชิงป้องกันล่วงหน้า (Preemptive cybersecurity) จะช่วยให้องค์กรขยายขนาดนวัตกรรมได้อย่างมั่นใจโดยไม่สูญเสียความไว้วางใจ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่แค่เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง แต่คือฟันเฟืองสำคัญที่จะพาธุรกิจพุ่งทะยานไปข้างหน้าในยุคของปัญญาประดิษฐ์

(บทความนี้เรียบเรียงข้อมูลจากรายงานแนวโน้มและกลยุทธ์ด้านไอที ประจำปี 2026 โดย Gartner)

Related Content