Skip to content Skip to footer

ภัยคุกคามไซเบอร์: ทำไมการเจาะระบบ CPS ถึงเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

Article,News & Events,Prinya’s Articles

ภัยคุกคามไซเบอร์: ทำไมการเจาะระบบ CPS ถึงเป็นอันตรายต่อโครงสร้างพื้นฐาน

ระบบ Cyber-Physical Systems (CPS) หรือที่มักเรียกกันว่า เทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (OT), อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งทางอุตสาหกรรม (IIoT) หรือระบบอาคารอัจฉริยะ (Smart building) คือระบบที่ผสานรวมการประมวลผล เครือข่าย และการควบคุมเข้าด้วยกันเพื่อโต้ตอบกับโลกแห่งความเป็นจริงและมนุษย์ ปัจจุบัน ภัยคุกคามจากการเจาะระบบ CPS กำลังกลายเป็นวาระเร่งด่วนที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยความเสี่ยงนี้ไม่ใช่เรื่องของคำถามที่ว่า “จะเกิดขึ้นหรือไม่” แต่เป็น “จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่”

หากระบบเหล่านี้ถูกเจาะ ย่อมหมายถึงการผลิตที่ต้องหยุดชะงัก หรือการทำงานของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต้องสะดุดลง

ทำไมภัยคุกคามนี้ถึงรุนแรงและน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ?

การโจมตีระบบ CPS กำลังเปลี่ยนแปลงไปทั้งในด้านปริมาณ ความเร็ว และความซับซ้อน โดยมีตัวเลขสถิติที่น่าสนใจดังนี้:

  • แรนซัมแวร์พุ่งสูงขึ้น: มีรายงานว่ากลุ่มผู้ให้บริการแรนซัมแวร์ที่มุ่งเป้าโจมตีองค์กรอุตสาหกรรมเพิ่มสูงขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรกว่า 3,300 แห่งทั่วโลก
  • การโจมตีโปรโตคอลอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น: ในปี 2025 การโจมตีที่พุ่งเป้าไปที่โปรโตคอลของ CPS เพิ่มขึ้นถึง 84% โดยมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ภาคการผลิตและพลังงาน
  • ผู้โจมตีที่หลากหลายขึ้น: จากในอดีตที่การโจมตีระดับนี้มักเกิดจากกลุ่มที่รัฐให้การสนับสนุน (Nation-state actors) ปัจจุบันภูมิทัศน์ของภัยคุกคามได้ขยายรวมไปถึงกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่หวังผลประโยชน์ทางการเงิน และกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าโจมตีเชิงสัญลักษณ์

แฮกเกอร์เจาะเข้าสู่ระบบ CPS ได้อย่างไร?

แม้ระบบ CPS จะมีความสำคัญ แต่กลับพบจุดอ่อนเชิงโครงสร้างมากมายที่เปิดประตูรับผู้โจมตี:

  1. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่ระวัง: พบว่าสินทรัพย์ CPS ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรงมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 332% (พบอุปกรณ์เกือบ 20 ล้านเครื่องบนอินเทอร์เน็ตสาธารณะ) ซึ่งลดอุปสรรคในการโจมตีลงอย่างมาก
  2. การเข้าทาง IT แล้วลุกลามสู่ CPS: ผู้โจมตีมักจะเจาะเข้าระบบ IT ขององค์กรก่อน (เช่น ผ่านอีเมลหรือข้อมูลประจำตัว) จากนั้นจึงคืบคลานผ่านบริการที่ใช้ร่วมกันเพื่อเข้าสู่เครือข่าย CPS
  3. การแบ่งส่วนเครือข่าย (Segmentation) ที่อ่อนแอ: 81% ของรายงานการประเมินพบว่าเครือข่าย IT และ CPS มีการแบ่งส่วนที่ย่ำแย่ ทำให้การโจมตีลุกลามหากันได้ง่าย
  4. ช่องโหว่จากการเข้าถึงระยะไกล (Remote Access): ผู้โจมตีมักฉวยโอกาสจากช่องทาง VPN พอร์ทัลระยะไกล หรือช่องทางการเข้าถึงของผู้ให้บริการ (Vendor) ที่มักมีสิทธิพิเศษสูงแต่ขาดการตรวจสอบที่รัดกุม

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรม

การโจมตีเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี และไม่จำเป็นต้องอาศัยเครื่องมือระดับรัฐบาลในการสร้างความเสียหาย ในปี 2025 มีตัวอย่างการโจมตีระดับโลกหลายเหตุการณ์ เช่น:

  • Clorox: ระบบ IT ถูกโจมตีอย่างหนัก ส่งผลให้กระบวนการจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้าหยุดชะงัก จนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภค
  • Nucor: ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือต้องสั่งปิดการผลิตชั่วคราวในหลายโรงงาน หลังระบบผลิตที่สำคัญได้รับผลกระทบจากการละเมิดความปลอดภัย
  • Jaguar Land Rover (JLR): การโจมตีทางไซเบอร์บังคับให้ต้องหยุดการผลิตยานยนต์ทั่วโลกนานหลายสัปดาห์ ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจ

แนวโน้มภัยคุกคามใหม่ที่ต้องจับตา

  • การบุกรุกที่เข้าใจกระบวนการ (Process-Aware Intrusions): แฮกเกอร์ไม่ได้แค่เจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังทำความเข้าใจระบบลูปควบคุม (Control loops) และกระบวนการทางกายภาพ เพื่อจงใจสร้างการหยุดชะงักที่มีผลกระทบสูง ภายในปี 2029 Gartner คาดการณ์ว่าจะมีการโจมตีแบบกรรโชกทรัพย์ที่เข้าใจกระบวนการทางกายภาพได้สำเร็จ ภายในปี 2029 Gartner คาดการณ์ว่าจะมีการโจมตีแบบกรรโชกทรัพย์ที่เข้าใจกระบวนการทางกายภาพได้สำเร็จ
  • AI เป็นตัวคูณความรุนแรง: ผู้โจมตีนำ AI มาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการสอดแนม พัฒนามัลแวร์ และกระบวนการวิศวกรรมสังคม
  • มัลแวร์สำหรับ CPS โดยเฉพาะ: มีการพัฒนาเครื่องมือประสงค์ร้ายที่ออกแบบมาเพื่อโจมตีโปรโตคอลอุตสาหกรรมและไฟล์โครงสร้างระบบ PLC โดยเฉพาะ

คำแนะนำสำหรับองค์กรเพื่อรับมือภัยคุกคาม

เพื่อป้องกันระบบที่มีความสำคัญระดับวิกฤต องค์กรควรพิจารณาดำเนินการดังนี้:

  • ตัดการเชื่อมต่อ: ลบการเชื่อมต่ออุปกรณ์ CPS ทั้งหมดออกจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะทันที
  • แยกระบบให้ชัดเจน: ใช้มาตรการแบ่งส่วนเครือข่ายอย่างเข้มงวดระหว่างระบบเครือข่าย IT และระบบ CPS
  • เพิ่มการมองเห็น: ติดตั้งโซลูชันเพื่อค้นหาและตรวจสอบระบบและทรัพย์สิน CPS อย่างต่อเนื่อง เพื่อตรวจจับความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
  • ทบทวนช่องทางเข้าถึง: ตรวจสอบและประเมินเส้นทางการเข้าถึงระบบจากระยะไกล (Remote access) ทั้งหมดใหม่
  • จัดการช่องโหว่: ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการจัดการช่องโหว่และการติดตั้งแพตช์รักษาความปลอดภัย

Related Content