
ในยุคปัจจุบัน ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางเทคนิคอีกต่อไป แต่กลายเป็นวาระสำคัญระดับคณะกรรมการบริษัท (Board-level) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต่อเนื่องของธุรกิจและมูลค่าของผู้ถือหุ้น การพึ่งพาเพียง “การป้องกัน” อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ความยืดหยุ่นในการฟื้นตัวจากวิกฤต (Resilience) ได้กลายมาเป็นกลยุทธ์สำคัญอันดับต้นๆ สำหรับซีอีโอและบอร์ดบริหาร
3 คลื่นภัยคุกคามที่กำลังเปลี่ยนนิยามความเสี่ยงทางไซเบอร์
1. ภัยคุกคามผ่านช่องโหว่ส่วนขอบเครือข่าย (Perimeter Threats)
การโจมตีผ่านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกับภายนอก (เช่น ไฟร์วอลล์, VPN, แพลตฟอร์มแชร์ไฟล์, SaaS) ได้แซงหน้าการขโมยข้อมูลประจำตัวจนกลายเป็นช่องทางเข้าถึงระบบเริ่มต้นอันดับ 1 ของแฮกเกอร์ ในปี 2025 กว่าหนึ่งในสามของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (Ransomware) ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของ VPN และไฟร์วอลล์ นอกจากนี้ การโจมตีที่มุ่งเป้าไปที่ระบบคลาวด์ยังพุ่งสูงขึ้นถึง 37% ซึ่งสอดคล้องกับการปรับใช้สภาพแวดล้อมการทำงานแบบไฮบริดขององค์กร
2. การโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-Driven Attacks)
Generative AI กำลังถูกนำมาใช้ขับเคลื่อนการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing) และ Deepfake สูงถึง 82% ซึ่งส่งผลกระทบต่อองค์กรกว่า 62% การปรากฏตัวของชุดเครื่องมือโจมตีแบบบริการเบ็ดเสร็จ (AI-as-a-service attack kits) บนดาร์กเว็บทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเริ่มโจมตีได้ง่ายขึ้นแม้จะมีทักษะไม่มาก นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่า แคมเปญการบิดเบือนข้อมูล (Disinformation) จะกินงบประมาณด้านไซเบอร์และการตลาดสูงถึง 10% ภายในปี 2028
3. การโจมตีระบบไซเบอร์-กายภาพ (Cyber-Physical System: CPS)
ภัยคุกคามเริ่มลุกลามข้ามขอบเขตเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง โดยพุ่งเป้าไปที่ยานพาหนะ โครงข่ายไฟฟ้า อุปกรณ์การแพทย์ และระบบการผลิต แรนซัมแวร์ที่โจมตีกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบเป็นรายปี การโจมตีเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักในการผลิตจริง เช่นที่เกิดขึ้นกับบริษัทชั้นนำอย่าง Clorox, Nucor และ Jaguar Land Rover หากโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart grid) ถูกโจมตี อาจนำไปสู่วิกฤตด้านความปลอดภัยหรือไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างได้
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ระดับบอร์ดบริหารในปี 2026
- ความยืดหยุ่นเหนือกว่าการป้องกัน: การป้องกันที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ความได้เปรียบทางการแข่งขันในปัจจุบันจึงอยู่ที่ “ความเร็วในการฟื้นตัว” ภายในปี 2028 คาดการณ์ว่า 50% ของผู้บริหารฝ่ายความปลอดภัยสารสนเทศ (CISO) จะต้องเข้ามารับผิดชอบระบบการกู้คืนจากภัยพิบัติ (Disaster Recovery) ด้วย
- การจัดการความเสี่ยงจากบุคคลที่สาม: 61% ของ CISO ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความปลอดภัยที่มีต้นตอมาจากผู้ให้บริการในรอบปีที่ผ่านมา องค์กรควรใช้ช่วงเวลาของการต่อสัญญากับคู่ค้าเป็นโอกาสในการประเมินความเสี่ยงใหม่ มากกว่าเป็นเพียงขั้นตอนการจัดซื้อตามปกติ
- ความปลอดภัยคือกลยุทธ์ธุรกิจ: ปัจจุบันมี CIO เพียง 38% เท่านั้นที่ปรับเปลี่ยนโมเดลความเสี่ยงอย่างทันท่วงที ทิศทางในอนาคตคือ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จะต้องถูกผนวกรวมเป็นเนื้อเดียวกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ
สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงและผู้นำด้านความปลอดภัยต้องเร่งลงมือทำ
- ปรับกรอบความคิด (Reframe Mindset): มุ่งเน้นไปที่ผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยความยืดหยุ่น โดยให้ความสำคัญกับความเร็วในการกู้คืนระบบ มากกว่าพยายามสร้างการป้องกันที่ไม่มีวันเจาะผ่าน
- จัดการช่องโหว่ภายนอกและต่อกรกับ AI: ให้ความสำคัญกับการอัปเดตแพตช์ (Patching) อย่างต่อเนื่อง ตรวจสอบการใช้งาน SaaS และลงทุนในระบบตรวจจับภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพราะเครื่องมือแบบดั้งเดิมตามความเร็วของแฮกเกอร์ไม่ทันอีกต่อไป
- ยกระดับความปลอดภัยของระบบอุตสาหกรรม (CPS): นำเรื่องความปลอดภัยของระบบ OT เข้าสู่วาระการประชุมของบอร์ดบริหาร และทำการแยกส่วนเครือข่าย (Network Segmentation) ระหว่างระบบไอที (IT) และระบบปฏิบัติการอุตสาหกรรม (OT) ให้ชัดเจน
- ซ้อมรับมือวิกฤตร่วมกับคู่ค้า: บังคับให้มีการจัดทำ Tabletop exercises (การซ้อมจำลองสถานการณ์) ร่วมกับผู้ให้บริการที่สำคัญ เพื่อทดสอบแผนการกู้คืนระบบและค้นหาจุดอ่อนที่พึ่งพากันอยู่
- ใช้กฎระเบียบเป็นข้อได้เปรียบ: ภายในปี 2030 คาดว่าจะมีรายการช่องโหว่ (CVEs) บนโลกมากกว่า 1 ล้านรายการ การเร่งปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎระเบียบใหม่ๆ เช่น ISO/SAE 21434, IEC 62443 หรือ EU Cyber Resilience Act ก่อนใคร จะช่วยสร้างความโดดเด่นและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัท
บทสรุป
กุญแจสำคัญสำหรับความมั่นคงปลอดภัยในปี 2026 คือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการพยายามป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ไปสู่การเตรียมพร้อมเพื่อ “ลดผลกระทบและกู้คืนให้เร็วที่สุด” พร้อมทั้งต้องทลายกำแพงการทำงานระหว่าง CIO, CISO และผู้นำทางธุรกิจ เพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกันในการปกป้องมูลค่าขององค์กร






